์มากมายอยู่!”
หลังจากปลอบโยนญาติๆ แล้วหมิงเฉิงก็หาข้ออ้างออกไปด้านนอกเพื่อส่งข่าว เขาเดินออกมาจากวิหาร
เขายืนอยู่ในความมืดสักพักและหมิงเซียงก็เดินออกมา “พี่สี่!”
หมิงเซียงที่รู้เรื่องมากกว่าคนอื่นๆ กังวลเป็นอย่างมาก นางรู้สึกสังหรณ์ใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับครอบครัวของตนเป็นแน่
หมิงเฉิงฝืนยิ้มให้นาง “ไม่มีอะไร น้องไม่ต้องห่วงพี่สี่อยู่ที่นี่แล้ว!”
หมิงเซียงหันหน้ากลับไปและเห็นว่าคนอื่นๆ ไม่ได้ให้ความสนใจกับทางนี้จึงลดเสียงลงและถามว่า “พี่สี่ พี่บอกความจริงกับข้ามาเถิด เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับครอบครัวของเราใช่หรือไม่ ท่านลุงสามเขา…”
หมิงเฉิงเงียบไปชั่วขณะเขายื่นมือออกมาลูบหัวนางเบาๆ และพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “น้องเตรียมใจไว้ให้ดีครอบครัวของเรา…อาจพบเจอกับปัญหาครั้งใหญ่”
หมิงเซียงเงยหน้าขึ้นถามเขา “ทุกคนจะโดนด้วยหรือไม่เจ้าคะ ท่านพ่อกับท่านแม่ น้องหกน้องเก้าพวกเขา…”
“มันจะไม่เกิดขึ้น” หมิงเฉิงพูดเสียงเบา “เมื่อครู่พี่สี่ไปพูดเรื่องนี้กับใต้เท้าเจี่ยง พี่เจ็ดของน้องก็ได้ดำเนินการเรื่องนี้ไปก่อนแล้ว พวกเรามีความดีความชอบ ใต้เท้าเจี่ยงรับปากว่าจะขอความเมตตาแทนพวกเราให้”
“พี่เจ็ดงั้นหรือ” หมิงเซียงน้ำตาคลอ “พี่เจ็ดเป็นอย่างไรบ้าง ไปนั่น…”
“ไม่เป็นอะไร ช่วยออกมาได้แล้ว” หมิงเฉิงพูดเปลี่ยนประเด็น “นางไม่สนใจแม้แต่ชื่อเสียงของตนเอง จริงๆ แล้วเบื้องหลังนางได้ทำหลายเรื่องมากต่อไปเจ้าอย่าเข้าใจ