วกเราเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน สติปัญญาความสามารถทั้งหมดรวมอยู่ในตัวท่าน แต่ว่าพี่สาม ถึงข้าจะโง่ แต่ก็รู้ว่าเรื่องไหนที่ข้าสามารถทำได้ และเรื่องไหนที่ข้าทำไม่ได้ ส่วนท่านนอกจากทำให้ผู้คนถึงแก่ความตายคนแล้วคนเล่า ท่านได้อะไรงั้นหรือ ตระกูลหมิงไม่สามารถกลับมาเจริญรุ่งเรืองได้เพราะท่าน ทุกคนล้วนเดินไปถึงทางตัน”
“เจ้าจะไปเข้าใจอะไร!” นายท่านสามตวาด “เส้นทางที่ข้าเดิน มีแต่ท่านปู่เท่านั้นที่เทียบได้!”
นายท่านสี่ส่ายหน้า “พี่สาม สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ท่านปู่มีคุณงามความดีในเรื่องนี้ซึ่งเป็นทั้งพรสวรรค์และโชค วันนี้ไม่เป็นอย่างที่ท่านวาดไว้ หมายความว่าท่านไม่มีโชคในเรื่องนี้ ถึงวันนี้ข้าไม่มาท่านก็แพ้อยู่ดี”
เขาพูดจบก็มีองครักษ์เดินขึ้นบันไดมารายงานว่า “คุณชายขอรับ! ข้าน้อยได้ทำลายอาวุธชั่วร้ายและจับกุมพวกเขาทั้งสามคนได้แล้วขอรับ”
นายท่านสี่ยิ้มอย่างประชดประชัน “ดูสิ แผนการของท่านสำเร็จตรงไหนกัน แม้แต่จวิ้นอ๋องเองยังเฝ้าดูอย่างนิ่งดูดาย เหตุใดท่านถึงต้องทุ่มเทเพื่อเขามากมายเพียงนี้ด้วย”
“เขาไม่ได้ทำเพื่อผู้อื่น”
เจี่ยงเหวินเฟิงก้าวขึ้นบันไดหินอย่างช้าๆ และมองไปที่นายท่านสาม “เขาทำเพื่อตอบสนองความทะเยอทะยานของตัวเขาเองต่างหากเล่า”
นายท่านสามยิ้มเยาะและปิดปากไม่พูดอะไร ไม่ว่าเขาจะพูดมากแค่ไหน คนเหล่านี้ก็ไม่เข้าใจหรอก
แต่ถึงเขาไม่พูดข้อมูลเหล่านั้นก็ถูกส่งต่อมาทีละคนๆ
เหลยหงนำกำลังทหารม้ามา