เองและเลือดก็หยดลงบนวงเวทที่นางวาดไว้ก่อนหน้านี้
“….” หมิงเวยยิ้ม “ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ”
“เป็นไปไม่ได้!” ดวงตาของนายท่านสามแดงก่ำ “ในบันทึกบอกไว้ว่าสิ่งชั่วร้ายนี้ได้เคยทำลายเมืองๆ หนึ่งขึ้นมาแล้ว พวกท่านจะผนึกมันได้อย่างไรกัน”
หยางชูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ท่านบอกว่าปราบไม่ได้ก็คือปราบไม่ได้งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็มองดูซะ!”
ในเวลานั้นทางเดินเขาด้านล่างวัดเป่าหลิงก็สว่างไสวราวกับมังกรตัวยาวลอยขึ้นมาบนภูเขา
“ฮ่าๆๆ!” หยางชูหัวเราะเสียงดัง “นายท่านสาม ท่านเห็นหรือไม่นั่นคือกองทัพที่คนของเรานำขึ้นมาแผนการของท่านล้มเหลวแล้ว!”
หลังจากนั้นไม่นานเหลยหงและอาสวนก็ได้พาทหารมายังที่หินเทพธิดา
“คุณชาย!” เหลยหงคารวะ “ข้าน้อยปฏิบัติภารกิจลุล่วงวัดเป่าหลิงอยู่ภายใต้การควบคุมของเราแล้วขอรับ”
อาสวนก้าวไปข้างหน้าแล้วรายงาน “คุณชายขอรับ อาหว่านได้พบคนผู้หนึ่ง ด้วยความช่วยเหลือของคนผู้นี้พวกเราจึงจับตัวคนชั่วได้ทันเวลา”
สายลมยามค่ำคืนพัดมา บุรุษในชุดสีฟ้าค่อยๆ เดินขึ้นบันไดหินภายใต้การคุ้มครองขององครักษ์
นายท่านสามเมื่อเห็นคนผู้นั้นก็โกรธจนยั้งอารมณ์ไว้ไม่ได้ “น้องสี่!”
คนสองคนที่มีใบหน้าเหมือนกันราวกับแกะมองหน้ากัน สีหน้าของนายท่านสี่ช่างไร้อารมณ์ “พี่สาม เส้นทางสายนี้ไปไม่รอดแล้วท่านยอมแพ้เสียเถอะ”
นายท่านสามหัวเราะเยาะ “เจ้าจะไปเข้าใจอะไร ไอ้คนไร้ประโยชน์!”
“ข้ามันไร้ประโยชน์” นายท่านสี่พูดเสียงเบา “พ