ต้องกลัวเกรง ของเมื่อครู่อยู่ที่ใด พวกเจ้านำไปฝังไว้กี่แห่ง…”
ตัวฝูเห็นว่าพวกเขาหยิบชามสีเข้มออกมาด้านในมีแสงสีแดงจางๆ
“อาวุธชั่วร้าย!” นางตกใจ “พวกท่านจะทำอะไรกันแน่”
พูดแล้วนางก็รีบไปแย่งมันมา
คุณหนูเคยบอกกับนางว่าหากมีอาวุธวิเศษก็ต้องมีอาวุธชั่วร้าย อาวุธวิเศษมีไว้เพื่อปราบปรามสิ่งชั่วร้าย อาวุธชั่วร้ายก็มีไว้เพื่อทำร้ายคนเช่นกัน
วัตถุที่มีโลหิตชั่วร้าย แน่นอนว่าต้องเป็นอาวุธชั่วร้าย!
แต่นางตัวคนเดียวจะไปสามารถแย่งมาจากชายฉกรรจ์เหล่านี้ที่มีวรยุทธ์ได้อย่างไร หนึ่งในนั้นเอื้อมมือมาผลักนางจนล้มลงกับพื้นศอกถูกกระแทกจนรู้สึกเจ็บปวด
“พวกท่านหยุดนะ! นั่นเป็นอาวุธชั่วร้าย อย่าไปยุ่งกับมัน!”
ไม่มีผู้ใดสนใจนาง ทั้งสามคนแยกย้ายแล้วหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ตัวฝูทั้งโกรธทั้งกังวล “นายท่านสี่เจ้าคะ! ท่านทำอย่างนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ อาวุธชั่วร้ายจะทำร้ายผู้คน!”
นายท่านสามถอนหายใจ “เอาล่ะ! ในเมื่อเจ้าอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ ก็ไปคุยเป็นเพื่อนข้าดีกว่าหรือไม่!”
เขามองไปที่วงเวทแล้วหันมายิ้มให้ “ในตอนที่ข้ายังเด็กไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ คิดแค่ว่าตนเองต้องมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ ผู้ใดจะรู้เล่าว่าจะมีจุดจบเช่นนี้ คนที่อยู่เป็นเพื่อนข้าในวาระสุดท้ายกลับเป็นสาวใช้”
ตัวฝูฟังแล้วก็ยิ่งสับสนมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์อะไร จุดจบอะไร
นายท่านสามโบกมือให้นาง “เจ้าเป็นสาวใช้ที่ดี แต่น่าเสียดายที่วันนี้จะต้องมาตาย