วณรอบๆ วัดเป่าหลิงเพื่อดูว่ามีคนน่าสงสัยหรือไม่ ในมือของพวกเขาน่าจะมีของบางอย่างเพื่อใช้ชี้นำสิ่งชั่วร้าย”
“ขอรับ” องครักษ์ตอบรับแล้วถามกลับ “หากพวกเราหาพบแล้วจะให้ทำอย่างไรขอรับ”
“ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ดึงดูดสิ่งชั่วร้ายจะต้องมีไอโลหิตชั่วร้ายเป็นแน่ ไอโลหิตชั่วร้ายกลัวสิ่งสกปรก ตอนนี้ของสิ่งอื่นไม่สะดวก พวกท่านคงต้องนำมันออกมาจากตัว”
องครักษ์ตกตะลึง “ท่านหมายถึง…”
หยางชูหัวเราะ ‘พรืด’ ออกมา “นางหมายถึงหากพบเจอแล้วให้พวกเจ้าปลดเบาใส่ของสิ่งนั้น”
“……”
มาพูดเรื่องนี้ต่อหน้าสตรีวัยแรกแย้มใบหน้าขององครักษ์กลายเป็นสีแดง
“เอาล่ะ พวกท่านรีบไปจัดการเถอะ เหลือองรักษ์สองนายไปกับข้าก็พอ ส่วนคนอื่นให้ไปตามหาของสิ่งนั้น” หยางชูพูดถึงเรื่องนี้แล้วหันมาถาม “ให้องครักษ์สองคนมากับเราเพียงพอหรือไม่”
“พอแล้วเจ้าค่ะ” หมิงเวยตอบ “นายท่านสามไม่ได้มีคนมากมายอยู่ข้างกาย อีกทั้งมีคนมารวมตัวกันที่นั่นมากเกินไป หากสิ่งชั่วร้ายไม่ยอมไปแล้วล่ะก็จะต้องเกิดเรื่องใหญ่เป็นแน่”
“ได้ งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ” เหล่าองครักษ์รวมตัวกันแล้วรีบกลับไปยังวัดเป่าหลิงอย่างรวดเร็ว
ทางด้านหมิงเวยและหยางชูก็ไปที่หินเทพธิดาพร้อมด้วยองครักษ์สองนาย
ในคืนที่มืดมิดพวกเขาปีนขึ้นไปบนเส้นทางภูเขาที่ขรุขระของหินเทพธิดา
แล้วจู่ๆ หยางชูก็ถามนางว่า “ท่านบอกว่าใต้หล้าอยู่ในความรับผิดชอบของปรมาจารย์แห่งชีวิต ถ้าอย่างนั้นหากเกิดสถานการณ์คับขันขึ