คืนก็พัดผ่านเข้ามา
เหล่าองครักษ์จัดการกวาดเศษหินออกไปจากช่องว่าง เมื่อตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงกลับมารายงาน “คุณชาย ที่นี่คือวิหารที่อยู่ใต้หินเทพธิดาขอรับ”
หมิงเวยมองเห็นแสงสีแดงจางๆ บนหินเทพธิดา นั่นคือวงเวทที่สูญเสียอานุภาพจนโลหิตชั่วร้ายเอ่อล้นออกมา
นายท่านสามวางแผนเริ่มต้นที่หินเทพธิดาจริงๆ
“บ้าที่สุด!” หยางชูก่นด่า “มาถึงจุดนี้แล้วแม้แต่ชีวิตของตนเองเขายังไม่สนใจ ยังคิดจะทำชั่วอีก”
“คนอย่างเขาจะเต็มใจยอมรับความพ่ายแพ้ได้อย่างไรกันเจ้าคะ” หมิงเวยพูด “สำหรับเขาแล้วสิ่งนี้สำคัญกว่าการมีชีวิตอยู่เสียอีก”
หยางชูหัวเราะเสียงเย็น “ในเมื่อไม่อยากมีชีวิตอยู่ก็อย่ามีชีวิตอยู่เลย ไป! ไปฆ่าเขาให้ตายกัน ไปดูว่าเขาจะจัดการตนเองให้หนีรอดไปอีกได้อย่างไร!”
“ช้าก่อนเจ้าค่ะ” หมิงเวยรั้งเขาไว้
“ยังมีเรื่องอะไรอีก”
หมิงเวยชี้ไปที่หินเทพธิดา “การปล่อยสิ่งชั่วร้ายออกมาทำร้ายผู้คนไม่ได้ง่ายขนาดนั้น หากเขาวางแผนเช่นนี้จะต้องมีการเตรียมการอย่างอื่นแน่”
“หมายความว่าอย่างไร”
หมิงเวยถอนหายใจเล็กน้อย “พูดตามเหตุผลแล้วโลหิตชั่วร้ายจะเข้าหาสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก แต่วัดเป่าหลิงเป็นวัดซึ่งมีพระพุทธเจ้าสถิตอยู่ เพื่อให้บรรลุผลนั่นเกรงว่าจะต้องมีการเตรียมการบางอย่าง”
หยางชูพูด “จะให้ทำอย่างไรท่านพูดออกมาเลย ท่านเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ไม่ใช่หรือ”
หมิงเวยพยักหน้าแล้วเรียกองครักษ์จำนวนหนึ่ง “พวกท่านรีบไปยังบริเ