ชื้อเพลิงและกิ่งไม้ที่ตายแล้วจะถูกโยนลงไปก็จะอยู่ได้ไม่นาน
ราชองครักษ์ได้นำพระสงฆ์และผู้ตรวจการณ์เริ่มทำการค้นหาในหุบเขา
พวกเขามองดูหินแต่ละก้อนอย่างละเอียดและพยายามหาอุโมงค์ด้านล่าง
ข่าวเหล่านี้ไปถึงหูของฉีตงจวิ้นอ๋อง เขาก็ไม่สามารถนั่งอยู่ในวิหารได้อีกต่อไป
“ท่านอู่ เราจะทำอย่างไรดี พวกเขารู้เรื่องยุ้งฉางแล้วหรือไม่ เรื่องนี้มันไม่ถูกต้อง! พวกเราควรส่งคนไปดีหรือไม่”
“ท่านอ๋องอย่าใจร้อนไป” ท่านอู่ปลอบเขา “ถึงแม้จะค้นพบยุ้งฉางแล้ว แต่ก็ไม่พบตัวตนของพวกเราอยู่ดีที่เก็บอาหารแล้วอย่างไร ไม่ใช่ที่ซ่องสุมทหารเสียหน่อย”
“มีเหตุผลๆ” ฉีตงจวิ้นอ๋องรู้สึกสบายใจอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็เริ่มกังวลอีกครั้ง “แต่ที่นั่นไม่ได้มีแค่ยุ้งฉาง! ยังมีห้องลับ…”
ท่านอู่ยิ้ม “ห้องลับนั่นเกี่ยวอะไรกับพวกเรากัน ของสิ่งนั้นนายท่านสามเป็นคนซ่อน ห้องลับก็เป็นเขาเองที่จัดการ ท่านอ๋องไม่เคยยื่นมือเข้าไปท่านจะมีความผิดได้อย่างไร”
ฉีตงจวิ้นอ๋องชะงัก “ท่านหมายความว่า…”
“ตอนนี้ท่านต้องไม่ส่งคนไป เช่นนั้นจะเป็นการแทรกแซงเรื่องของผู้อื่น ข้าน้อยเคยบอกไปแล้วว่าเรื่องนี้ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องแค่เล็กน้อย แต่เกี่ยวข้องอย่างมากกับคนคนนั้น เขาทำเพื่อตนเองถึงได้ยุยงท่านอ๋อง”
“เป็นเช่นนั้นหรือ”
ท่านอู่ตัดสินใจอย่างเฉียบขาด “แน่นอนว่าต้องเป็นเช่นนั้นขอรับ! ท่านอ๋องลองคิดดู มีหลักฐานอะไรที่พิสูจน์ได้ว่าท่านอ๋องเกี่ยวข้องกับอาหารเหล่า