ง”
เจี่ยงเหวินเฟิงจ้องมองเขาอย่างลึกซึ้งพร้อมกับถอนหายใจ
หมิงเฉิงถูกเขามองเช่นนั้นก็ตกใจ “ใต้เท้า ข้าน้อย…พูดอะไรผิดไปหรือขอรับ”
เจี่ยงเหวินเฟิงส่ายหน้า “ก่อนหน้านี้มีคนคนหนึ่งก็พูดประโยคนี้กับข้าเหมือนกัน”
หมิงเฉิงตกใจและโพล่งออกมา “เสี่ยวชีหรือขอรับ”
“เป็นคุณหนูเจ็ดเอง” เจี่ยงเหวินเฟิงมองเขาอย่างอ่อนโยน
หมิงเฉิงพึมพำ “เป็นอย่างนี้นี่เอง ไม่แปลกใจเลยที่เสี่ยวชีไม่สนใจชื่อเสียง แท้จริงแล้วเพื่อช่วยพวกเรา…”
น้องสาวที่เขาต้องการปกป้องที่แท้เดินนำไปข้างหน้าก่อนแล้ว
เจี่ยงเหวินเฟิงเงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า “หวังว่าจะไม่สายเกินไป…”
……………
ในที่สุดก็บอกจุดประสงค์ออกมาหมิงเวยหันไปมองหยางชูและทั้งสองก็สบตากัน
ทั้งสองฝ่ายต่างรู้ดีว่าที่พูดเยอะเพียงนี้เพื่อถ่วงเวลา นายท่านสามต้องเตรียมพร้อมสำหรับการจัดฉากฆาตกรรม และพวกเขาก็กำลังรอการช่วยเหลือ
และตอนนี้สถานการณ์ก็เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว
“ทำไม ไม่กล้างั้นหรือ” นายท่านสามเอามือไขว้หลังแล้วเหล่มองพวกเขา “นี่เป็นโอกาสเดียวที่พวกท่านจะเอาหลักฐานไปได้ ไม่อย่างนั้นถึงพวกท่านจะฆ่าข้าได้แต่ก็หามันไม่พบหรอก”
หยางชูหัวเราะเสียงเย็น “ท่านดูถูกหวงเฉิงซือต่ำไปหรือไม่”
นายท่านสามยิ้ม “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการที่พวกท่านหวงเฉิงซือเก่งกาจหรือไม่” เขามองปิ่นปักผมสีทองบนเรือนผมของหมิงเวย
“ดูจากท่าทางของเจ้าแล้วคงจะรู้ที่มาของสิ่งนี้ใช่หรือไม่”
หม