“ขอรับ” เกาฮ่วนรับคำแล้วเดินจากไป
เจี่ยงเหวินเฟิงมองหมิงเฉิง “คุณชายสี่อยู่กับข้าสักครู่ก็แล้วกัน”
หมิงเฉิงพยักหน้า นี่เป็นการรั้งเขาเอาไว้แล้วก็เป็นการปกป้องเขาด้วยเช่นกัน
เห็นเจี่ยงเหวินเฟิงมีท่าทางเช่นนี้เขาจึงรู้สึกไม่เข้าใจเล็กน้อย “ดูเหมือนใต้เท้าจะไม่แปลกใจเลยที่ท่านลุงสามของข้าน้อยยังมีชีวิตอยู่”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้มแต่ไม่พูดอะไร “ใต้เท้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้วงั้นหรือ”
เจี่ยงเหวินเฟิงตอบด้วยรอยยิ้มว่า “คนมีชีวิตย่อมต้องมีร่องรอย”
หมิงเฉิงรู้สึกโชคดีมาก แม้แต่เรื่องนี้ยังถูกตรวจสอบพบ แสดงว่าท่านลุงสามมีความเป็นไปได้ว่าจะทำไม่สำเร็จ โชคดีที่เขามาหาเจี่ยงเหวินเฟิงได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นละก็…
“คุณชายสี่”
เจี่ยงเหวินเฟิงถอนหายใจเล็กน้อย “ท่านรู้หรือไม่ว่าการกระทำนี้แม้ว่าจะยืนอยู่ในด้านศีลธรรม แต่ก็เป็นการฝ่าฝืนหลักมนุษย์เมตตาต่อครอบครัว เรื่องนี้ไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบต่อท่าน แต่วีถีทางที่จะก้าวไปเป็นขุนนางก็ไม่ง่ายเช่นกัน”
หมิงเฉิงหัวเราะออกมาสั้นๆ “ข้าน้อยทราบดี แต่ครอบครัวของข้าน้อยไม่ได้มีเพียงท่านลุง ท่านพ่อ ท่านพี่เท่านั้น แต่ยังมีท่านแม่และน้องๆ ด้วย ที่ข้าน้อยมาแจ้งเรื่องนี้ หนึ่งคือเพื่อศีลธรรม สองคือเพื่อสตรีและเด็ก พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่ควรต้องมาตายตามไปด้วยเพราะความทะเยอทะยานของท่านลุง หากสามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้ ข้าน้อยยอมที่จะไม่สามารถก้าวเข้าไปในเส้นทางของขุนนา