ถอะ!”
หากไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรง แม้แต่คนธรรมดาก็ไม่จำเป็นต้องคุกเข่าเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ หมิงเฉิงมียศถาบรรดาศักดิ์ นอกจากฮ่องเต้แล้วผู้อื่นเขาไม่จำเป็นต้องคุกเข่าให้ เขาเพียงแค่หวังว่าความอ่อนน้อมนี้จะทำให้เจี่ยงเหวินเฟิงเข้าใจถึงความมุ่งมั่นของเขา
แววตาของหมิงเฉิงเปี่ยมไปด้วยความหวัง “ใต้เท้าตกลงหรือขอรับ”
เจี่ยงเหวินเฟิงตอบ “จะได้รับประทานอภัยโทษหรือไม่ ฝ่าบาทจะเป็นผู้ตัดสินพระทัย แต่หากคุณชายสี่สร้างผลงานได้มาก ข้าจะรายงานให้ฝ่าบาททราบตามความจริง”
ซึ่งหมายความว่ายินดีที่จะพูดแทนเขา
หมิงเฉิงรู้สึกโล่งใจที่ได้รับคำตอบนี้เขาลุกขึ้นแล้วพูดในสิ่งที่หมิงเซียงเห็นมาให้ฟังอย่างรวดเร็ว “…ใต้เท้า ตอนนี้คุณชายหยางเข้าไปในอุโมงค์แล้ว แต่ดูเหมือนว่าผู้ที่ต้องการจัดฉากฆ่าเขาจะรู้ทางเข้าอุโมงค์จึงได้รีบตามเข้าไปแล้วขอรับ”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้าแล้วตะโกนเรียก “เกาฮ่วน!”
“ขอรับใต้เท้า” องครักษ์นายหนึ่งตอบรับ
“เหลือองครักษ์สองนายไว้คุ้มครองข้าที่เหลือให้รีบไปช่วยคุณชายหยางเร็วเข้า สังเกตด้วยว่าใต้โขดหินมีอุโมงค์หรือไม่”
เกาฮ่วนลังเล “ใต้เท้า…แต่ความปลอดภัยของท่านสำคัญมาก”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า “พวกท่านแต่ละคนล้วนมีฝีมือเป็นเลิศ ข้าอยู่ในที่สว่าง ให้องครักษ์สองนายคุ้มครองก็เพียงพอแล้ว แต่คุณชายหยางอยู่ในที่มืด อีกฝ่ายต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อการบรรลุเป้าหมายเป็นแน่ คนยิ่งเยอะยิ่งดี”