กล้าเรียกท่านว่าท่านพ่อ แล้วท่านกล้าขานรับหรือไม่เจ้าคะ”
นายท่านสามเอามือไขว้หลัง “ทำไมข้าจะไม่กล้าเล่า ถึงเจ้าจะเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่ไหนไม่รู้ แต่มาเข้าร่างเสี่ยวชีก็ถือว่ามีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดข้าจะไม่ยอมรับได้อย่างไร”
หมิงเวยเอียงศีรษะแล้วคิด “พูดเช่นนี้ก็มีเหตุผล”
นายท่านสามถอนหายใจ “ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้าเลย ถึงแม้เจ้าจะไม่ใช่เสี่ยวชีตัวจริง แต่อย่างไรก็เป็นสายเลือดของข้า แต่เจ้าดันทุรังเช่นนี้พ่อก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก!”
“ไม่มีทางเลือกงั้นหรือ…” หมิงเวยมองเขา “ที่ท่านฆ่าท่านแม่ก็เพราะไม่มีทางเลือกด้วยงั้นหรือ”
นายท่านสามยิ้มแล้วพยักหน้า “ใช่ ไม่มีทางเลือก ผู้ใดใช้ให้นางดูออกล่ะ แม่ของเจ้าเป็นสตรีที่มีความรักอันลึกซึ้งผ่านไปสิบปีก็ยังมีพ่ออยู่ในใจ”
พอเขาพูดประโยคนี้ในที่สุดชิ้นส่วนที่ขาดหายไปที่พวกเขาได้สรุปไว้ก่อนหน้านี้ก็ครบแล้ว
หยางชูถาม “ท่านฆ่าฮูหยินสามเพราะนางจำท่านได้อย่างนั้นหรือ”
“ใช่…” นายท่านสามพูดอย่างใจเย็น “แต่เรื่องนี้ต้องโทษพวกท่าน”
“เกี่ยวอันใดกับพวกเรา”
นายท่านสามมองหมิงเวย “โทษที่เจ้าจู่ๆ ก็หายดีทำให้นางมีความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตต่อ โทษการมาของเจ้าทำให้นางมีความกล้าที่จะหลุดพ้นจากพวกเรา ข้าคนนี้มีลางสังหรณ์ที่ดีมาก ก่อนเกิดเหตุการณ์ของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋อง รู้สึกว่าไม่ถูกต้องจึงรีบออกจากเป่ยหูได้ทันเวลา พอเจ้ามาที่นี่ลางสังหรณ์ของข้าก็เตือนอีกครั้ง รู้สึกว่าจะ