มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น”
หมิงเวยมองเขาอย่างเย็นชา
นายท่านสามดูภาคภูมิใจ “คืนวันนั้นลางสังหรณ์ของข้ารุนแรงมาก รู้สึกจะมีเรื่องแย่เกิดขึ้นจึงไปที่สวนอวี๋ฟางเพื่อเอาของ ผู้ใดจะรู้ว่าวันนั้นเป็นเจ้าที่ไปแทนแม่ของเจ้า”
เรื่องหลังจากนั้น เขาไม่ต้องพูดหมิงเวยก็คาดเดาได้
นายท่านสามไปที่สวนอวี๋ฟางเพื่อไปเอาปิ่นทอง แต่กลายเป็นฮูหยินสามจำเขาได้
“ข้าไม่ได้อยากฆ่านาง!”
นายท่านสามเอามือไพล่หลังพลางถอนหายใจ “ข้ารักแม่ของเจ้าจริงๆ ในตอนแรกเพื่อที่จะได้แต่งงานกับนาง ข้าต้องใช้ความคิดความสามารถไปไม่น้อย เดิมทีเป็นท่านอาสี่ของเจ้าที่พบนางเป็นคนแรก
โชคดีที่ข้านำหน้าเขาไปหนึ่งก้าวถึงได้แต่งงานกับนางเป็นสามีภรรยากันมาแปดปี นางให้กำเนิดแค่เจ้าเพียงคนเดียวแล้วยังเป็นเด็กโง่อีก แต่พ่อก็ไม่มีความคิดที่จะหย่ากับนางแล้วรับอนุเข้ามาเลย”
คำสารภาพนี้หากเปลี่ยนน้ำเสียงคงจะซาบซึ้งไม่น้อยเลยทีเดียว
“แต่ผู้ใดใช้ให้นางจำข้าได้ล่ะ! ข้ายังจำสีหน้าของนางได้ ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ถามว่าใช่ข้าหรือไม่แล้วข้าจะตอบอันใดได้กันล่ะ ข้าทนไม่ได้ที่จะทำให้นางรู้สึกผิดหวังจึงตอบได้แค่ว่าใช่ นางก็ร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ ข้าเห็นนางเป็นเช่นนั้นก็ปวดใจทำได้แค่ปลอบนางไปแล้วเอาผ้าคาดเอวพันรอบคอนาง…”
หมิงเวยใกล้จะอาเจียนอยู่แล้ว จะมีคนไร้ยางอายเช่นนี้อยู่บนโลกได้อย่างไร!
สายตาของนายท่านสามจับจ้อ