งไปที่ใบหน้าของนาง
“เจ้าโตมาได้เหมือนแม่ของเจ้ามาก” เขาพูดเบาๆ “มันทำให้ข้านึกถึงครั้งแรกที่เราพบกัน ในตอนนั้นนางสะอาดมากเหมือนน้ำค้างหยดแรกในยามเช้า ช่างงดงามและบริสุทธิ์ แต่น่าเสียดายสิ่งสวยงามมักอยู่ได้ไม่นาน แปดเปื้อนได้ง่าย…”
“นั่นไม่ใช่เพราะเจ้าหรอกหรือ!” หมิงเวยตะโกนขึ้น “ไม่ใช่เพราะเจ้าหรือ นางถึงได้ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น เจ้าทำให้นางมีชีวิตเหมือนอยู่ในนรก แล้วยังจะมารังเกียจที่นางไม่บริสุทธิ์อยู่อีกหรือ”
“ข้าก็ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น” นายท่านสามพูดเสียงเบา “ปีนั้นที่ข้าแกล้งตาย กว่าจะกลับตงหนิงได้ไม่ง่ายเลย สัตว์เดรัจฉานอย่างน้องหกก็ทำให้นางเปื้อนมลทินไปแล้ว แล้วข้าจะทำอย่างไรได้ ผู้ที่ตายไปแล้วคนหนึ่งแค่ยืนอยู่บนแสงสว่างยังทำไม่ได้เลยแล้วจะไปทวงคืนความยุติธรรมได้อย่างไร
หลายปีมานี้พ่อก็รู้สึกขมขื่น! รู้สึกอัปยศอดสูทำได้เพียงแค่อดทน แม้กระทั่งให้นางไปรับใช้ผู้อื่น เพียงแค่นึกถึงวันที่สามีภรรยารักใคร่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ก็รู้สึกปวดใจราวกับถูกมีดกรีด…”
“พอแล้วๆ” หยางชูขัดจังหวะเขาอย่างทนไม่ได้
“ท่านพูดไปแล้วไม่รู้สึกอยากอาเจียนบ้างหรือ พวกเราฟังแล้วยังอยากอาเจียนเลย นายท่านสาม อย่าอ้อมค้อมเลยที่ท่านเสี่ยงมาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเราคงไม่ใช่เพื่อมาสารภาพความรู้สึกหรอกใช่หรือไม่”
นายท่านสามยิ้ม “ที่คุณชายหยางกล่าวมาก็ถูก ข้าสร้างฉากการตายเช่นนี้ ไม่คิดเลยว่าพวกท่านจะเข้าไป