ษ์สองนายจับตัวหมิงเซียงไว้ เขาจึงไม่สนใจสิ่งอื่นใดแล้วรีบตะโกนออกไป “อาเซียง!”
หมิงเซียงเมื่อเห็นพี่ชายก็ร้องไห้ออกมาวิ่งผ่านองครักษ์เข้าไปในอ้อมแขนของพี่ชาย “พี่สี่!”
หมิงเฉิงกอดน้องสาวของตนแล้วยิ้มให้องครักษ์ทั้งสอง “ข้าน้อยเป็นคุณชายสี่แห่งตระกูลหมิง นี่คือน้องสาวของข้าน้อย เชิญท่านองครักษ์ตามสบายเลยขอรับ”
องครักษ์สองคนมองพวกเขาอย่างสงสัย และหนึ่งในนั้นถามว่า “ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
หมิงเฉิงตอบไปว่า “น้องสาวของข้าน้อยกับคุณหนูอันเซียงเสี้ยนจู่ออกมาเล่นด้วยกัน แต่สุดท้ายพลัดหลงกันข้าน้อยจึงออกมาตามหานางขอรับ”
ได้ยินเขาพูดถึงอันเซียงเสี้ยนจู่ สีหน้าขององครักษ์ทั้งสองก็สงบลง พวกเขามองหน้ากันแล้วตะโกนออกไป
“ไม่มีอันใดแล้วก็รีบไปซะ ตอนนี้วัดเป่าหลิงเกิดความจลาจล หากเกิดเรื่องขึ้นอีกจะไม่มีผู้ใดดูแลพวกท่าน”
“ขอรับ ขอบคุณมากขอรับ”
หมิงเฉิงประสานมือขอบคุณแล้วก้มหน้าลงพูดกับหมิงเซียง “อาเซียง ท่านแม่ตกใจมาก พวกเรารีบกลับกันเถอะ”
หมิงเซียงพยักหน้าพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น หมิงเฉิงกอดนางแล้วหมุนตัวเดินทางกลับวัด
เขาเดินกลับไปอย่างสงบ แต่ใจเต้นรัวเป็นจังหวะกลอง
จนกระทั่งองครักษ์สองคนหันหลังแล้วเดินขึ้นเขาต่อไป หมิงเฉิงค่อยหายใจออกอย่างโล่งอกแล้วเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก
“พี่สี่!” ในตอนนั้นเองหมิงเซียงคว้าแขนเสื้อของเขา และพูดอย่างรีบร้อน “พี่เจ็ด พี่เจ็ดอยู่ที่นั่น…”
“วางใจเถอะ พี่สี่รู้แล้