าไม่สำเร็จก็จะเกิดเรื่องยุ่งยากอย่างใหญ่หลวง แต่ท่านอ๋องเชื่อเขาข้าน้อยก็พูดอันใดมากไม่ได้…”
ฉีตงจวิ้นอ๋องรู้สึกเสียใจ “ข้าใจร้อนเกินไป คนผู้นั้นบอกว่าเรื่องนี้ร้ายแรงมาก เปิ่นหวางเลยกังวล…”
“ท่านอ๋อง นิสัยของคนผู้นั้นดูจากเรื่องในปีนั้นแล้ว ท่านคงเข้าใจอย่างถ่องแท้” ท่านอู่พูด “ปีนั้นยังไม่เกิดเหตุขึ้นเขาก็ชิงปลีกตัวออกไปก่อนหนึ่งก้าว จากนั้นก็กลับมาตงหนิง ลงมือได้อย่างโหดร้ายเช่นนั้น…เขาเป็นคนที่ทำอันใดต้องทำอย่างเด็ดขาด เป็นแค่คนที่ตายไปแล้วจะไปกลัวเกรงอันใดกัน แต่ท่านอ๋องยังมีครอบครัวอยู่นะขอรับ!”
“ใช่ เป็นเพราะข้าเชื่อคนง่ายเอง…” ฉีตงจวิ้นอ๋องถอนหายใจ “เรื่องก็เกิดไปแล้ว ไม่มีทางอื่นแล้ว ท่านอู่มองแล้วคิดว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี”
ท่านอู่ปลอบใจ “ท่านอ๋องไม่ต้องกังวล ยังไม่ถึงจุดๆ นั้นจนกว่าเขาจะทำสำเร็จ แต่ท่านยังต้องหาทางออกให้ตนเองด้วย อย่าพาตัวเองไปเกี่ยวข้องมากเกินไป…”
หมิงเฉิงกลัวว่าจะถูกพบเข้าจึงไม่กล้ายืนใกล้กว่านี้ เขาฟังไม่ชัดว่าฉีตงจวิ้นอ๋องพูดอันใดไป เห็นเพียงว่าพวกเขาสนทนาเสร็จก็ส่งองครักษ์ออกไปเงียบๆ
จิตใจของหมิงเฉิงรู้สึกสับสนยุ่งเหยิง เขารู้สึกว่าฉีตงจวิ้นอ๋องมีบางอย่างผิดปกติ แต่คิดไปก็ไม่เข้าใจเขาจึงติดตามองครักษ์ไป
องครักษ์เหล่านี้ไปที่ยอดเขาชุ่ยมู่ดูเหมือนจงใจหลีกเลี่ยงที่จะดับไฟ
หมิงเฉิงตามไปไม่ไกล แล้วทันใดนั้นหมิงเซียงก็วิ่งออกมาจากที่ซ่อน
เมื่อเห็นว่าองครัก