หมิงเฉิงรีบเดินเข้าไปในห้องโถง พอเขาเดินเข้าไปสตรีที่อยู่ในห้องนี้ล้วนหันมามองเขา
“ซื่อเกอ ด้านนอกเป็นอย่างไรบ้าง” ฮูหยินผู้เฒ่าถาม
“ท่านย่า” หมิงเฉิงยิ้ม “ไม่เป็นอันใดแล้วขอรับ ไฟไหม้ที่ยอดเขาชุ่ยมู่ห่างจากวัดเป่าหลิงค่อนข้างไกล เป็นเพราะถนนถูกปิดกั้นจึงไม่สามารถออกไปได้ก็เท่านั้น”
เมื่อเห็นเขายิ้มและน้ำเสียงก็ดูผ่อนคลาย สตรีทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ก็โล่งใจ
คิ้วของฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่คลาย “เรื่องแค่นี้เหตุใดข้างนอกถึงเสียงดังเอะอะเช่นนั้นเล่า พวกเรายังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปงั้นหรือ”
“นั่นเป็นเพราะพวกบุรุษสร้างปัญหาพวกนั้นขอรับ” หมิงเฉิงไม่พอใจ
“พอรู้ว่าไม่สามารถลงเขาได้ก็ร้องโวยวายเสียงดังจนทำให้ผู้คนตื่นตระหนก พวกใต้เท้ากลัวว่าจะเกิดการเหยียบกันจึงสั่งห้ามเคลื่อนไหว รอให้เคลื่อนย้ายหินบนถนนเสร็จก่อนเราถึงสามารถออกไปได้ขอรับ”
“อย่างนี้นี่เอง” ฮูหยินผู้เฒ่าคลายข้อสงสัยในใจตนได้ “ผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องอันใดกัน แค่เรื่องเล็กน้อยก็โวยวายจนเป็นเรื่องใหญ่ ไม่แปลกใจที่เหล่าใต้เท้าจัดการเช่นนี้”
“ขอรับ” หมิงเฉิงตอบ
“เดิมทีไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด แต่มันเกิดจากพวกเขาสร้างปัญหา เกิดเพลิงไหม้ที่ยอดเขาชุ่ยมู่ ก็ไม่สามารถลามมาถึงที่นี่ได้อยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับการที่ลงจากเขาไม่ได้เลย แต่หินจากภูเขาคงต้องให้คนมาจัดการ อาจจะเกิดความล่าช้าไปบ้างขอรับ”
สาวใช้นามหวงอิงยิ้มและกล่าวว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ต