“ตอนข้าอายุสิบปี มีสงครามเกิดขึ้น ท่านอาจารย์พาข้าไปยังสถานที่ที่เกิดสงครามเพื่อนำทางวิญญาณ ข้าเห็นกำแพงเมืองหลังเกิดการจลาจลด้วยตาตนเอง ทุกที่มีแต่ไฟและศพ เรียกว่าโศกนาฏกรรมของมนุษย์”
“ในระหว่างนั้นข้าก็พบเข้ากับกลุ่มทหารศัตรู ท่านอาจารย์ทำได้แค่ซ่อนข้าไว้ในถังเก็บน้ำชั่วคราวแล้วห้องนั้นก็ถูกจุดไฟเผา ขื่อห้องนั้นตกลงมาและลุกไหม้ข้างๆ ถังเก็บน้ำ ข้ารู้สึกเหมือนตนเองเป็นปลาในหม้อต้ม…”
หยางชูเหงื่อไหลพรั่งพรู
วันนี้เขาสวมเสื้อสีขาวเพื่อให้เข้ากับอานม้าสีทอง รวบผมด้วยกว้านทองคำ เสื้อผ้าของเขาก็มีลวดลายสีทองไม่น้อย พฤติกรรมเอิกเกริกของเขาทำให้ตอนมาช่างดูสง่างาม แต่ตอนนี้ร่างกายของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ
อีกทั้งดินเปียกที่ขุดขึ้นมานั้นเปื้อนตัวเขาไปหมด…ไม่อยากจะบรรยายสภาพของเขาในตอนนี้เลย
หยางชูรู้สึกว่าเขาไม่เคยลำบากเช่นนี้มาก่อนในชีวิต แต่หมิงเวยก็ยังคงเล่าเรื่องน้ำแกงปลาอย่างสมจริงสมจังอยู่ข้างเขา…
ทำไมต้องบรรยายว่าตัวเองเป็นอาหารทุกครั้งด้วยนะ นางอยากอาหารมากหรืออย่างไร
หยางชูเชื่อว่าสตรีข้างกายเขานั้นสมองต้องมีปัญหาแน่ๆ
“ท่านช่วยประหยัดแรงหน่อยได้หรือไม่” เขาพูด “ข้าแทบหายใจไม่ออก แต่ท่านยังมีเวลาพูดเรื่องนี้อยู่อีกหรือ”
หมิงเวยคลี่ผ้าเช็ดหน้าออกมาพัด พูดอย่างสงบจิตสงบใจ “ข้าไม่มีอันใดทำ แน่นอนว่ามีเวลาว่างอยู่แล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นท่านมาช่วยข้า!” หยางชูกัดฟัน “ตอนนี้ต้องแข่งกับเวลาเพื่อเ