าคะ คุณชายถูกขังอยู่ในที่เปล่าเปลี่ยว และอยู่ห่างจากผู้คน หากต้องการฆ่าปิดปากยังจะมีอันใดให้พูดอีก แต่ใต้เท้าอยู่ที่วัดเป่าหลิงรอบกายมีคนมากมายเช่นนี้ พวกเขาจะฆ่าท่านได้อย่างไร”
เจี่ยงเหวินเฟิงมองไปยังฝูงชนที่ตื่นตระหนกรอบตัวเขาและพูดเสียงทุ้ม
“ฆ่าแค่คุณชายไม่มีทางปกปิดความจริงได้หรอก จำเป็นต้องฆ่าข้าด้วยเท่านั้นถึงจะบรรลุผล แม่นางอาหว่าน อาสวนไปหาเหลยหงแล้วหรือยัง”
“ไปแล้วเจ้าค่ะ”
“เรื่องที่พวกท่านหวงเฉิงซือต้องจัดการ ข้าไม่จำเป็นต้องพูดอันใดมาก เชื่อว่าอาสวนสามารถเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดได้ ตอนนี้ทำได้แค่หวังว่าพวกเขาจะไปที่เขาซิ่วเฟิงได้ทันเวลา”
เจี่ยงเหวินเฟิงหยุดชะงักแล้วพูดต่อ “หากเป็นอย่างที่ข้าคาดการณ์ไว้ พวกเขาต้องจงใจก่อกวนแล้วอาศัยโอกาสความวุ่นวายนี้ฆ่าข้าที่นี่เป็นแน่ ด้วยวิธีเช่นนี้ต้องมีคนตายพร้อมกันด้วยแน่”
สีหน้าของอาหว่านเปลี่ยนไป นางกัดฟัน “จากนี้ไปบ่าวจะอยู่ใกล้ชิดใต้เท้าไม่ห่างเจ้าค่ะ จะไม่มีวันปล่อยให้พวกเขาทำสำเร็จแน่!”
นางพูดเช่นนั้นเจี่ยงเหวินเฟิงก็รู้สึกทอดถอนใจ อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาวิกฤตนี้ นางไม่ไปที่ยอดเขาชุ่ยมู่เพื่อดับไฟ แต่เลือกที่จะอยู่เคียงข้างตนแทน
เป็นเพราะว่านางรู้ดี นางตัวคนเดียวไปที่ยอดเขาชุ่ยมู่ก็ไม่สามารถช่วยอันใดได้ ในทางตรงกันข้ามการปกป้องเขายังพอมีความเป็นไปได้ที่จะขัดขวางคนชั่วได้
การตัดสินใจเช่นนี้หากขัดเกลาให้คมขึ้นอีกนิดก็จะสามาร