ถแบกรับภาระได้
น่าเสียดายประสบการณ์ชีวิตของนางจริงๆ…
เจี่ยงเหวินเฟิงทิ้งความคิดยุ่งยากนั้นไป แล้วจดจ่อไปที่เรื่องสำคัญ
“เนื่องจากพวกเขาได้ลงมือทำไปแล้วยิ่งปัญหายิ่งใหญ่เท่าใดก็ยิ่งดี ข้าเกรงว่าวัดเป่าหลิงจะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ผู้ที่มีความคิดเช่นนี้คิดทำลายมนุษยชาติ ไม่สนใจชีวิตผู้บริสุทธิ์หรอก”
อาหว่านตอบ “ใต้เท้า ท่านคิดว่าควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ ออกคำสั่งดีหรือไม่เจ้าคะ คนที่หวงเฉิงซือจัดส่งมาที่นี่จะปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน!”
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันด้านนอกก็เกิดการจลาจลขึ้น และมีคนกรีดร้องว่า
“ทางลงเขาถูกปิด! มีหินตกลงมาจากด้านบนทำให้ทางถูกปิด!” เพราะเรื่องนี้ทำให้วัดเป่าหลิงวุ่นวายมากขึ้น ทางลงเขามีทางเดียวหากถูกปิดก็ไม่สามารถลงได้
หรือว่าพวกเขาคิดจะเผาที่นี่ด้วย…แต่อันที่จริงแล้วเป็นความกังวลที่ไม่มีความหมายเลย ไฟไหม้ภูเขาแม้จะน่ากลัว แต่ไม่ใช่ว่าจัดการไม่ได้
ยอดเขาชุ่ยมู่อยู่ห่างจากวัดเป่าหลิงประมาณหนึ่ง ตัดพวกหญ้าต้นไม้ที่อยู่ตรงกลาง จัดการให้กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าไฟก็ไม่สามารถลามมาถึงแล้ว
แต่ผู้คนกลับตื่นตระหนก อารมณ์จะพลุ่งพล่าน คนกลุ่มหนึ่งตื่นตระหนก กลัวยิ่งกว่าคนที่ประสบภัยพิบัติเสียอีก
เจ้าหน้าที่ในชั้นศาลตะโกนเสียงดังเพื่อหยุดฝูงชนที่ก่อความวุ่นวาย เหล่าสงฆ์ที่อยู่ในการจัดการของเจ้าอาวาสไปที่ยอดเขาใกล้เคียงเพื่อช่วยดับไฟ
วัดเป่าหลิงมีผู้คนมากมาย อาจมีเพียงสงฆ์เหล่านี้เท่