าหน้าที่ก็ตื่นตระหนกเช่นกัน
สีหน้าของท่านเจ้าเมืองอู๋เปลี่ยนไปเมื่อเขาเห็นไฟ “เร็ว! เรียกคนไปดับไฟเร็ว!”
วันนี้อากาศปลอดโปร่ง ไม่มีฟ้าร้อง ฟ้าผ่า แล้วจะเกิดไฟไหม้ได้อย่างไร ท่านเจ้าเมืองอู๋รู้สึกงุนงง แต่เมื่อเขาเห็นฉีตงจวิ้นอ๋องขมวดคิ้วเขาก็เข้าใจทันที
หรือว่า…
เขาโกรธมาก ผู้ใดกันที่เป็นคนคิดเรื่องนี้ ท่านอู่หรือ ไม่ใช่! หรือจะเป็นผู้วางแผนที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดงั้นหรือ ต้องเป็นเขาแน่!
น่ารังเกียจ! วางเพลิงภูเขาแล้วจะสิ้นสุดอย่างไรกัน
เรื่องใหญ่เช่นนี้เขาซึ่งเป็นท่านเจ้าเมืองต้องเป็นคนรับผิดชอบ!
เจี่ยงเหวินเฟิงเห็นภูเขาที่ลุกไปด้วยเปลวเพลิงใจเขาก็ดิ่งลงไปอยู่แทบเท้า
ไม่ดีแล้ว เกิดเรื่องขึ้นกับหยางชู เขาเดินออกไปทันที แต่ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามไว้
“ใต้เท้าเจี่ยงจะไปที่ใดขอรับ คนในวัดเป่าหลิงมีมากมาย มีทางลงเขาเพียงทางเดียว เกิดเหตุวุ่นวายอย่างคาดไม่ถึงเช่นนี้! ถึงไฟจะไม่ลามมาถึง แต่คนน่าจะเหยียบกันตายเสียก่อน”
“ใช่ๆ!” คนกลุ่มหนึ่งพูดขึ้น
เจี่ยงเหวินเฟิงสะบัดแขนเสื้อ “เกิดเพลิงไหม้ที่ภูเขาผลที่ตามมาทุกคนคงทราบดีอยู่แล้ว ยังไม่รีบไปช่วยกันดับไฟอีก องครักษ์!”
องครักษ์ก้าวมาข้างหน้าทันที “ขอรับใต้เท้า”
“เจ้ารีบไปดับไฟซะ!”
“ขอรับ” ฉีตงจวิ้นอ๋องกำพัดในมือแน่น
เพลิงลุกขึ้นมาแล้ว นั่นหมายความว่านายท่านสามได้เคลื่อนไหวแล้ว ตอนนี้ได้ลงมือไปแล้วขอให้ทุกอย่างสำเร็จก็พอ ต้องห้ามไม่ให้พวกเขาไปช่วยคน