หมิงเวยยืนอยู่ใต้ยอดเขาชุ่ยมู่ มองขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือหัวของตน
ภูมิประเทศลักษณะนี้อันตรายมาก หากเป็นสนามรบศัตรูไม่จำเป็นต้องทำอันใดเลย แค่ผลักหินจากบนยอดช่องเขาลงมาก็สามารถฆ่าทุกคนได้แล้ว
คนที่หยางชูจัดไว้ได้เฝ้าอยู่ที่ทางเข้าหุบเขาทั้งสองฝั่ง ส่วนที่เหลือกำลังค้นหาในหุบเขา
ถึงแม้ทุกคนจะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะหาที่ซ่อนพบในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่แน่อาจพบเบาะแสอะไรเพิ่มบ้างก็เป็นได้
“ทำไม มีปัญหาอันใดหรือ” หยางชูเดินเข้ามาถาม
หมิงเวยตอบ “ข้ากำลังคิดเรื่องหนึ่ง”
“เรื่องอันใด”
“นายท่านสามเป็นคนอย่างไรกันแน่”
หยางชูคิด “ท่านหมายถึง หากนำลักษณะนิสัยมาสันนิษฐาน นายท่านสามจะเลือกอันใดใช่หรือไม่”
“ท่านเคยบอกว่านายท่านสามมีจิตวิญญาณของบรรพบุรุษตระกูลหมิงสองรุ่น”
“ใช่”
“เขาฉลาดมาก เขาสอบขุนนางขั้นสูงได้ตั้งแต่อายุยี่สิบ ไม่มีความเย่อหยิ่งอย่างที่คนรุ่นเยาว์มักจะมี ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาทำเรื่องกบฏเช่นนี้จนกระทั่งหลิ่วหยางจวิ้นอ๋องพ่ายแพ้ หากไม่ใช่เพราะสายลับของหวงเฉิงซือสืบพบ ร้อยปีต่อมาหนังสือประวัติศาสตร์จะยังคงจดจำเรื่องราวความภักดีของเขายามเขาถูกสังหารในเป่ยหูเป็นแน่”
“แล้วอย่างไร”
หมิงเวยพูด “ในความเป็นจริงแล้วหากไม่ใช่เพราะข้าบังเอิญแยกแยะชี่ออก ทำให้เกิงซานเปิดปากบอกได้ พวกเราคงไม่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เหตุผลทั้งหมดนี้คือเขาเป็นคนโหดเหี้ยม ตอนที่เกิด