ก อันเซียงเสี้ยนจู่ก็กรีดร้อง “เปี่ยวเกอ!” แล้ววิ่งไปที่หุบเขาอย่างบ้าคลั่ง
หมิงเซียงคว้าตัวนางไว้ “อันเซียง เจ้าไปไม่ได้นะ!”
อันเซียงเสี้ยนจู่ตื่นตระหนกนางพูดตะกุกตะกัก “เปี่ยวเกออยู่ในนั้น ทำอย่างไรดี ถูกทับไปหรือยัง พวกเราไปช่วยกันเถอะ!”
“อันเซียง!” หมิงเซียงตะโกนเรียกเสียงดัง “เจ้าเคลื่อนย้ายหินได้หรือ”
อันเซียงเสี้ยนจู่ชะงัก “แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี”
“กลับไปตามคนมาช่วย!” หมิงเซียงบอก “เร็วเข้า พวกเรากลับไปบอกจวิ้นอ๋องให้เขาส่งคนมาช่วย”
“ได้” อันเซียงเสี้ยนจู่วิ่งไปสองก้าว แต่กลับเห็นว่าหมิงเซียงไม่ขยับจึงถาม
“เจ้าไม่ไปหรือ”
หมิงเซียงหน้าซีด “ข้าจะไปตามคนมาก่อนเพื่อประหยัดเวลา”
อันเซียงเสี้ยนจู่ไม่คิดอันใดเยอะ “ได้ งั้นพวกเราแยกกัน” มองอันเซียงเสี้ยนจู่วิ่งไปไกล หมิงเซียงก็หันหลังวิ่งอย่างหมดหวัง
ตอนนี้จิตใจของนางสับสนไปหมด ตอนแรกนางแค่แปลกใจว่าพี่เจ็ดกับคุณชายหยางคิดจะทำอันใดกันแน่ เห็นพวกเขาเข้าไปในหุบเขา ในใจก็ยังคงรู้สึกแปลกใจ เหตุใดถึงวิ่งมานัดพบกันไกลเพียงนี้
เมื่อหินถล่มลงมาสมองของหมิงเซียงถึงกับว่างเปล่า มีเพียงความคิดเดียวเท่านั้นที่ยังคงอยู่ ‘อย่าเป็นอะไร ต้องไม่เป็นอะไร!’
นางวิ่งไปที่ช่องเขารู้สึกหนาวสั่นในใจเมื่อเห็นก้อนหินที่ตกลงมาขวางช่องเขาอย่างแน่นหนา
ก้อนหินจำนวนมากเช่นนี้ ผู้ที่อยู่ด้านในไม่ถูกทับจนกลายเป็นเนื้อบดแล้วหรือ
“พี่เจ็ด!” นางร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่