“เวลาล่ะ” หยางชูเงียบ
หมิงเวยพยักหน้า “ไม่แปลกใจ ท่านยังเด็กประสบการณ์ยังไม่มากพอ”
น้ำเสียงของคนที่ผ่านอะไรมามากกว่าทำเอาหยางชูรู้สึกไม่พอใจ “ท่านอย่าแสร้งทำเป็นเหมือนผู้อาวุโสเลย คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าอายุที่แท้จริงของท่านไม่ได้มากถึงเพียงนั้น”
หมิงเวยยิ้ม “ท่านดูออกได้อย่างไร”
“ท่านคิดว่าพวกเราหวงเฉิงซือมีหน้าที่อันใดกัน จากท่าทางการเดิน และการเคลื่อนไหวก็สันนิษฐานนิสัย และอายุโดยพื้นฐานของท่านได้แล้ว!”
ทันทีที่เสียงพูดดังออกไป พื้นก็สั่นสะเทือนทันที
หยางชูขยับตัวอย่างรวดเร็ว เขาดึงหมิงเวยแล้วพาตัวเองเข้าไปในรอยแยกของหิน
“คุณชายระวังขอรับ!” เสียงเตือนขององครักษ์ดังมา
เสียงกึกก้อง เหมือนหุบเขานี้จะถูกกลบฝัง
“เขาใจร้อนเสียจริง!” หยางชูไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
ทั้งสองคนขยับตัวเข้าแนบชิดกันเพื่อป้องกันไม่ให้ก้อนหินตกเข้าใส่
………..
วัดเป่าหลิงเต็มไปด้วยเสียงของผู้คน เพราะฉะนั้นเสียงกึกก้องจากยอดเขาชุ่ยมู่ เมื่อลอยผ่านมาที่นี่ก็ดังเทียบกับเสียงประทัดได้
มีผู้รู้สึกแปลกใจจึงมาสอบถามกับพระสงฆ์ แต่หลายคนกลับเพิกเฉย
แต่มีเด็กสาวสองคนที่กำลังตกใจกลัว
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของหมิงเซียงกับอันเซียงเสี้ยนจู่ พวกนางจึงเฝ้าดูพวกเขาเข้าไปในหุบเขาใต้ยอดเขาชุ่ยมู่
ผู้ใดจะรู้เล่าว่าจะได้เห็นภาพนี้ ยอดเขาของยอดเขาชุ่ยมู่จู่ๆ ก็สั่นสะเทือน แล้วก้อนหินก็แตกออกกลิ้งลงมาทีละก้อน
หลังตกใจไปได้สักพั