วันที่แปดเดือนสี่ เทศกาลสรงน้ำพระ ด้านหน้าวัดเป่าหลิงมีรถม้าขนาดใหญ่อยู่
เนื่องจากคำเชิญของฉีตงจวิ้นอ๋องแล้วยังมีท่านเจ้าเมืองอู๋คอยเอาอกเอาใจเพื่อให้รู้สึกสนุก เหล่าเจ้าหน้าที่และชนชั้นสูงจึงมารวมตัวกันครบ
ทางเดินบนเขาที่มุ่งหน้ามายังวัดเป่าหลิงมีรถม้าคันหนึ่งวิ่งมาทางนี้
อาหว่านเลิกม่านมองออกไปเห็นว่ารถม้าไม่มีท่าทีว่าจะเคลื่อนตัวเข้าไปก็พึมพำ “แค่เทศกาลสรงน้ำพระ เหตุใดผู้คนถึงได้เยอะเพียงนี้”
“หญิงสาวจากชนชั้นสูง หนึ่งปีมีโอกาสน้อยมากที่จะได้ออกมาข้างนอก แน่นอนว่าหากออกมาได้ก็จะออกมากันหมด”
หมิงเวยพูดไปกินผลไม้แช่อิ่มไป
อาหว่านรู้สึกโกรธที่นางดูสบายๆ ขณะเดียวกันปิงซินก็เดินมาจากด้านหลังและบอกว่าแม่นมถงไม่ค่อยสบายนางจึงลงจากรถเพื่อไปดู
แม่นมถงป่วยมาตลอด เดิมทีหมิงเวยไม่อยากให้นางมาด้วย แต่นางยืนกรานว่าจะมาเพื่อสวดมนต์ขอพรให้ฮูหยิน เมื่อพิจารณาสาเหตุการป่วยของนางแล้ว พบว่านางป่วยเป็นโรคตรอมใจ เคยสอบถามอาหว่าน หมิงเวยเองก็เห็นด้วย
ตัวฝูตามไปดูด้วยสองตาแล้วกลับมารายงานว่า
“คุณหนูวางใจได้เจ้าค่ะ แม่นมถงแค่เมารถเพียงเล็กน้อย แม่นางอาหว่านกำลังนวดให้แม่นมถงอยู่”
หมิงเวยยิ้มออกมา “อาหว่านผู้นี้จิตใจดี เพียงแต่ปากเสียไปหน่อย”
ตัวฝูเป็นคนที่ว่านอนสอนง่ายจึงไม่คิดแข่งกับอาหว่าน พอได้ยินหมิงเวยพูดเช่นนี้นางก็ทนไม่ได้ “บ่าวรู้เจ้าค่ะ แต่ท่าทีที่นางมีต่อคุณหนูทำให้คนไม่ชอบใจจริงๆ”
หมิงเวยทานผ