ลไม้แช่อิ่มเสร็จก็ดื่มน้ำตามช้าๆ “นางคงมีอดีตที่ไม่มีผู้ใดรู้ เกิดมาบอบบาง ร่วงโรยกลายเป็นโคลน อารมณ์ร้อนเล็กน้อย เป็นเรื่องที่เข้าใจได้”
ตัวฝูฟังแล้วสับสน “ที่คุณหนูกล่าวมานางไม่ได้มีชาติกำเนิดเป็นสาวใช้หรือเจ้าคะ”
“ไม่ว่าชาติกำเนิดของนางจะเป็นอย่างไร นางจะทำอันใดเราได้ นางอารมณ์ไม่ดีเช่นนี้ ข้าขี้เกียจที่จะใส่ใจ หากไม่ให้เงินผู้ใดจะช่วยสอนนางกัน”
ถึงแม้ตัวฝูจะไม่เข้าใจ แต่ความหมายของคำว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดนางเข้าใจดี นางยังคงเป็นคนที่คุณหนูไว้วางใจที่สุด แม่นางอาหว่านผู้นั้น นางไม่จำเป็นต้องสนใจ
“คุณหนูดื่มชาเจ้าค่ะ” นางส่งถ้วยชาให้อย่างเอาใจใส่
หมิงเวยพยักหน้าและรับมาด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าอย่าลืมท่องคาถาด้วยล่ะ บทนี้ต่อให้นางจ่ายเงินมากเพียงใดข้าก็ไม่สอน”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!” ตัวฝูตอบรับเสียงสดใส
มีเสียงเกือกม้าอยู่ด้านนอกจากนั้นพวกนางก็ได้ยินการสนทนา
“อาสวน เหตุใดจึงมีรถม้ามากมายเช่นนี้”
“เรียนคุณชายได้ยินมาว่าวันนี้มีผู้แสวงบุญมากันเยอะ วัดเป่าหลิงจึงไม่มีที่เพียงพอที่จะรองรับได้”
“อย่างนี้นี่เอง! ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปอย่างช้าๆ เถอะ”
หมิงเวยเลิกม่านขึ้นแล้วนางก็เห็นคุณชายท่านหนึ่งขี่ม้าอยู่ด้านข้าง
ม้าสิงโตหยก[1] บุรุษชุดขาวนั่งบนอานม้าสีทองสง่างามราวกับเทวดาลงมาจุติ
เหมือนเขาจะหยุดตรงรถม้าที่นางนั่งอยู่โดยบังเอิญ สายตาของเขาก้มลงมาแล้วสบตาเข้ากับนางโดยบังเอิญอีกเช่นกัน
นางหัวเราะ