ฤดูใบไม้ผลิผ่านพ้นไปจนตอนนี้เข้าเดือนที่สี่แล้ว ไม่รู้ว่าฤดูใบไม้ผลิปีนี้มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นหรือไม่ วันสรงน้ำพระของวัดเป่าหลิงในปีนี้ถึงจัดได้ยิ่งใหญ่กว่าเดิมมาก
หมิงเวยเดินทางไปหาฮูหยินผู้เฒ่าล่วงหน้าหนึ่งวัน ฮูหยินผู้เฒ่าล้มป่วยมาหลายวัน และเพิ่งอาการดีขึ้น
ผู้อาวุโสในบ้านล้มป่วยถือเป็นเรื่องที่ไม่ดี หากเกิดอันใดขึ้นมาอีกนายท่านทั้งสองที่อยู่ที่เมืองหลวงล้วนต้องประสบเคราะห์กรรมในการสูญเสียผู้บังเกิดเกล้า แต่มันไม่ง่ายเพียงนั้น
เพราะฉะนั้นหลายวันมานี้ฮูหยินสองนอกจากดูแลเรื่องในเรือนแล้ว นางก็อาศัยอยู่ที่นี่ตลอด คอยรินชาป้อนยาให้ด้วยตนเอง ไม่กล้าออกจากเรือนนี้ไป
วันนี้ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกดีขึ้นเยอะ นางกำลังมองดูดอกไม้ทางหน้าต่าง สาวใช้ก็เข้ามารายงานว่าคุณหนูเจ็ดมาหา
ฮูหยินผู้เฒ่าฝืนยิ้ม “เสี่ยวชีหรือให้นางเข้ามาเถอะ!” ฮูหยินสองมองแล้วก็ถอนหายใจเงียบๆ ในช่วงเดือนสั้นๆ นี้มีหลายเรื่องเกิดขึ้นมากมายภายในเรือน เป็นการฉีกภาพลวงของครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียว
ฮูหยินผู้เฒ่าที่อายุมากแล้วต้องเผชิญกับความจริงที่โหดร้ายเช่นนี้ นางคงเจ็บปวดจนจินตนาการไม่ออก กุญแจสำคัญในการเปิดเผยทั้งหมดนี้คือการเสียชีวิตของฮูหยินสาม
ฮูหยินผู้เฒ่าอดไม่ได้ที่จะโกรธ นางจึงไม่อยากเห็นหมิงเวยมากนัก หมิงเวยเองก็รู้เรื่องนี้ดีจึงไม่ได้มาหานางบ่อยๆ แต่วันนี้นางไม่มาไม่ได้
เมื่อคืนวานหยางชูข้ามกำแพงเข้ามาในสวนอวี๋ฟาง