แล้วโยนแผนที่ให้กับนาง “ข้ารู้แล้วว่าชุ่ยหมายความว่าอย่างไร”
“หมายถึงอันใดหรือ”
“ยอดเขาชุ่ยมู่” เขาพูด “บนเขาซิ่วเฟิง”
หมิงเวยมองสถานที่ที่เขาชี้บนแผนที่ “วัดเป่าหลิงงั้นหรือ”
หยางชูพยักหน้า “วัดเป่าหลิงอยู่บนเขาซิ่วเฟิงอยู่ติดกับยอดเขาชุ่ยมู่”
หมิงเวยครุ่นคิด “เป็นไปได้ว่านายท่านสามอาจจะซ่อนของสิ่งนั้นไว้ที่ยอดเขาชุ่ยมู่ใช่หรือไม่”
“ใช่”
“เขาลูกนั้นใหญ่เพียงใด ค้นหาง่ายหรือไม่”
หยางชูยกมือยักไหล่ “หากต้องค้นหาล่ะก็ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีครึ่ง!”
“ถ้าอย่างนั้นคงต้องหาวิธีอื่น!” หมิงเวยพึมพำ พวกเขาไม่สามารถใช้เวลาถึงหนึ่งปีครึ่งได้
หากหยุดอยู่ตรงนี้เจี่ยงเหวินเฟิงจะอยู่หรือจะไป ในไม่ช้านี้จะต้องมีคำตอบ ไม่อย่างนั้นปรากฏการณ์ที่สร้างขึ้นในครั้งนี้จะหายไป
“มะรืนนี้เป็นเทศกาลสรงน้ำพระ” หยางชูพูด “ได้ยินมาว่าเทศกาลสรงน้ำพระที่วัดเป่าหลิงในปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่มาก”
หมิงเวยมองเขา “ท่านหมายถึงใช้เทศกาลสรงน้ำพระล่องูออกจากถ้ำใช่หรือไม่”
หยางชูยิ้ม เขามองปิ่นปักผมสีทองบนเรือนผมของนาง “เหยื่อตัวนี้ถูกมองมาหลายวันแล้วควรติดเบ็ดได้แล้วหรือไม่”
หมิงเวยคิดแล้วหัวเราะ “ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปนัดเจอกันที่วัดเป่าหลิงดีหรือไม่”
หยางชูหัวเราะ “สาวงามชวนเช่นนี้ข้าจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไรกัน”
…………
“หลานอยากไปวัดเป่าหลิงหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าเลิกคิ้ว
“เจ้าค่ะ” หางคิ้วหมิงเวยตก แววตาเศร้า
“จนถึงตอนนี้ท่านแม่ยังไม่ถูก