ให้พวกเราติดเบ็ดแล้วให้พวกเราพูดออกมาว่าของสำคัญสิ่งนั้นคืออันใด”
นายท่านสองไม่เชื่อ “สายลับผู้นั้นเหลือแต่กระดูกจะไปพบเบาะแสอันใดได้ ข้าเห็นมากับตาตนเอง แม้แต่กระดาษสักแผ่นก็ไม่มีถึงจะเรียกวิญญาณได้ แต่ท่านบอกเองว่าเขากลายเป็นปีศาจร้ายไปแล้ว ไม่มีทางที่จะพูดอันใดออกมาได้”
อีกฝ่ายเลิกคิ้ว “นั่นเป็นสายลับของหวงเฉิงซือ ผู้ใดจะรู้ว่าเขาทิ้งอันใดไว้หรือไม่”
เขาหยุดชะงักไปพักหนึ่งแล้วพูดต่อว่า “แล้วท่านไม่รู้สึกเลยหรือว่าตั้งแต่เด็กคนนั้นตื่นขึ้นมา สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปจนไม่สามารถควบคุมได้ หลังการตายของนางจี้ เดิมทีข้ากังวลว่าจะถูกเรียกวิญญาณ ผลคือหาไปหามาก็หาดวงวิญญาณของนางไม่พบ ช่วงนี้มีทั้งผีออกอาละวาด มีทั้งผีเข้าสิง วิชาของนางอาจแข็งแกร่งกว่าที่พวกเราคิดไว้”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะทำอย่างไรดี แม้แต่สายลับของหวงเฉิงซือท่านก็ฆ่ามาแล้ว หรือว่าไม่สามารถฆ่านางได้ แต่ท่านบอกเองว่านางไม่ใช่เสี่ยวชี”
เขาหัวเราะอย่างขมขื่น “ท่านคิดว่าข้าฆ่าสายลับคนนั้นง่ายนักหรืออย่างไร นั่นเป็นเพราะมีเงื่อนไขหลายอย่างที่เข้าถึงได้เลยสามารถฆ่าเขาได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นถึงฆ่านางไปก็ไม่สามารถแก้ปัญหาในอนาคตได้ กุญแจสำคัญก็คือเจี่ยงเหวินเฟิงกับคุณชายหยางผู้นั้น”
เมื่อเขาพูดเช่นนี้นายท่านสองก็เป็นกังวล “ถ้าอย่างนั้นพวกเราตามไปดีหรือไม่”
เขาหลับตาครุ่นคิดผ่านไปสักพักถึงลืมตาขึ้น แววตาของเขาเป็นประกายเปี่ยมไป