นแล้วทำให้นางอยากออกได้สักที”
“นี่เป็นแผนทำให้เราติดเบ็ดหรือเปล่า”
เขาไม่ตอบ “นางต้องการไปที่ใด”
นายท่านสองพูด “พรุ่งนี้มีเทศกาลสรงน้ำพระ นางต้องการไปวัดเป่าหลิง”
เขาเลิกคิ้ว
นายท่านสองพูดอีก “ก่อนที่จะออกไป ข้าได้ยินข่าวหนึ่งมา”
“ข่าวอันใด”
“คุณชายหยางท่านนั้นรู้ว่ามีเทศกาลสรงน้ำพระจึงอยากไปเดินชมงานที่วัดเป่าหลิงแล้วยังเชิญเจี่ยงเหวินเฟิงไปด้วย จวิ้นอ๋องทราบเรื่องนี้ก็ได้เชิญทุกตระกูลไปด้วยกัน”
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเขาไม่ดีนัก นายท่านสองจึงถามไถ่อย่างระมัดระวัง
“เป็นอันใดหรือ ที่นั่นมีปัญหาอันใด”
ผ่านไปสักพักเขาถึงตอบกลับมา “พวกเขาคงนัดหมายกันไว้ดิบดีแล้วเพียงแต่สถานที่นั้นไม่รู้ว่าจงใจหรือไม่ได้ตั้งใจ”
นายท่านสองคิดได้ในทันที “ของที่ท่านพูดถึงก่อนหน้านี้อยู่ที่วัดเป่าหลิงหรือ!”
เมื่อเห็นเขาพยักหน้าช้าๆ นายท่านสองก็ตกใจ “เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกเขารู้ความลับของปิ่นปักผมอันนั้นเข้าแล้ว เป็นไปไม่ได้หรอกท่านบอกว่าสิ่งนั้นคนธรรมดาไม่มีทางค้นพบเข้าแน่นอน”
“ข้าไม่รู้” เขาบอกเสียงทุ้ม
“คืนนั้นข้าไม่ได้ขโมยมันกลับมา พวกเขาคงเดาได้ว่ามีสิ่งสำคัญมากอยู่ในมือ ตอนนี้มีความเป็นไปได้อยู่สองอย่าง หนึ่งคือพวกเขาค้นพบความลับของปิ่นเข้าแล้ว บางทีพวกเขาอาจพบเบาะแสอื่นๆ จากตัวสายลับคนนั้นถึงได้ต้องการไปที่วัดเป่าหลิง สองคือพวกเขายังไม่ค้นพบแค่รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง การนัดพบกันในครั้งนี้เพื่อล่อ