ดึงใบมีดสั้นบางๆ ออกมาแล้วเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง เสียงที่ดังมาจากด้านในคือหัวขโมยผู้นั้นน่ะหรือ
ยังไม่ไปก็ดี! นางจับใบมีดสั้นไว้แน่น เล็งตำแหน่งและกำลังจะเริ่ม…
“อย่าขยับ” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น “ข้าเป็นสตรีอ่อนแอผู้หนึ่งไม่มีวรยุทธ์แกร่งกล้าเท่าแม่นางอาหว่าน เพียงแค่มีดแทงครั้งเดียวข้าก็ล้มไปนอนกับพื้นแล้ว”
มือของอาหว่านหยุดอยู่ท่านั้น และมองดูหมิงเวยหาวอีกครั้ง
“ท่านไม่เป็นอันใดหรือ”
“แน่นอน เจ้าอยากให้ข้าเป็นงั้นหรือ”
อาหว่านโกรธ “ท่านไม่เป็นอันใดเหตุใดไม่รีบบอก! ข้าก็คิดว่าเกิดเรื่องขึ้นกับท่านเสียแล้ว!”
หมิงเวยนั่งลงรินชาให้ตนเอง “เจ้าคิดว่าข้าโง่ถึงเพียงนั้นจนฝากความหวังทุกอย่างไว้ที่เจ้าหรือ”
ก่อนเข้านอนอาหว่านวางกลไกไว้เต็มรอบห้องนี้ เพราะฉะนั้นต่อให้เป็นการล่อเสือออกจากถ้ำ นางก็ไม่ร้อนใจแต่อย่างใด
หากสามารถแผนซ้อนแผนได้จับหัวขโมยนั่นได้จะดีกว่า
ผู้ใดจะรู้ว่าพอเข้ามาก็เห็นว่ากลไกถูกทำลายจนพัง นางถึงได้ร้อนใจ
“เกิดอันใดขึ้นเหตุใดกลไกถึงถูกทำลาย หัวขโมยล่ะเจ้าคะ”
หมิงเวยจิบชาหนึ่งคำแล้วลูบหัว การนอนหลับไม่เพียงพอนั้นน่ารำคาญมาก!
“ข้าเองก็ไม่รู้! พอเจ้าไล่ตามออกไป งูขาวก็มาบอกกับข้าว่าหัวขโมยตัวจริงมาแล้ว จากนั้นข้าก็ร้องเรียกคุณชาย…”
“….” อาหว่านจ้องนาง ใช้เวลานานก่อนที่จะพูดออกไปว่า “ท่านทำให้ชื่อเสียงคุณชายเสื่อมเสีย!”
หมิงเวยสั่งสอนอย่างจริงใจ “แม่นางอาหว่านจะกล่าวอันใด