ม่สามารถลบภาพท่านออกไปได้เพื่อเอาใจคนผู้นั้นนายท่านสองจึงส่งฮูหยินไปให้เขา! พวกเราผิดเองที่มองคนโฉดชั่วคนนั้นเป็นคนในครอบครัวถึงได้ไม่มีทางที่จะฟื้นคืนตลอดไปเช่นนี้!”
หมิงเวยเงียบฟังแม่นมถงร้องไห้อยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ
“มีหนึ่งก็ต้องมีสอง พวกเขาแน่ใจว่าฮูหยินไม่กล้าตายก็ยิ่งกำเริบเสิบสานมากขึ้นเรื่อยๆ ใจของฮูหยินค่อยๆ สบายถือเสียว่าไม่คิดอันใดมากทำเพียงแค่วางแผนสำหรับอนาคต เพื่อดูแลคุณหนูจนเติบใหญ่แล้วส่งออกเรือนไปที่ตระกูลท่านลุงตามที่หมั้นหมายไว้เมื่อถึงเวลานั้น…”
“เมื่อถึงเวลานั้นจะฆ่าตัวตายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง” หมิงเวยพูดแทรก
แม่นมถงซบหน้าร้องไห้
นางเป็นเพียงแค่สตรีอ่อนแอผู้หนึ่งที่สูญเสียสามี ครอบครัวอยู่ห่างไกล จะทำอันใดได้นอกจากสู้กับความตาย
หมิงเวยไม่กล้าคิดอันใดต่ออีก
นางถามเสียงเรียบ “ผู้ที่นายท่านสองเอาอกเอาใจอยู่คือผู้ใดหรือแม่นม”
แม่นมถงสะอื้นแล้วส่ายหัว “ฮูหยินไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เจ้าค่ะ”
หมิงเวยหายใจเข้าลึกๆ แล้วเข้าเรื่อง “แม่นม ท่านจำได้หรือไม่ว่ามีอันใดผิดปกติเกิดขึ้นในสวนเมื่อสิบปีก่อนหรือไม่”
แม่นมถงเช็ดน้ำตาแล้วพูดว่า “คุณหนูอยากถามเรื่องศพในสวนใช่หรือไม่เจ้าคะ”
หมิงเวยพยักหน้า “หากนับเวลาแล้วคนผู้นั้นน่าจะตายเมื่อสิบปีก่อน”
แม่นมถงคิดหนัก “สิบปีก่อนงั้นหรือ…หากมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นคงเป็นเรื่องผีออกอาละวาด”
ที่แท้ก็เรื่องนี้!
“เรื่องนี้ข้าเคยถามท