่านแม่ดูเหมือนนางจะไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้เท่าใดนัก”
แม่นมถงยิ้มเศร้า “ฮูหยินจะอยากพูดถึงได้อย่างไรกันเจ้าคะ ผีตนนั้นก็คือนายท่าน!”
ซู่เจี๋ยอุทานเสียงเบา ตอนนั้นนางยังเด็ก และได้รับเลือกให้มารับใช้ในภายหลังจึงไม่รู้เรื่องเหล่านี้
ดวงตาของหมิงเวยเป็นประกายนางครุ่นคิด “เกิดอันใดขึ้นกันแน่”
แม่นมถงถอนหายใจ “ในตอนนั้นฮูหยินได้แปดเปื้อนไปแล้ว และท่านกำลังเป็นทุกข์ คืนหนึ่งท่านไปที่ทะเลสาบด้วยความสับสนมึนงง…”
หมิงเวยได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่าในตอนนั้นฮูหยินสามคงยังคิดไม่ได้ และกำลังคิดที่จะฆ่าตัวตาย
“พอบ่าวพบว่าฮูหยินไม่อยู่ก็รีบออกตามหาแล้วพบว่าฮูหยินอยู่ที่ทะเลสาบ ท่านร้องไห้ และกล่าวขอโทษนายท่าน บ่าวฟังอยู่นานถึงได้รู้ว่าฮูหยินเจอวิญญาณของนายท่าน…หลังจากนั้นฮูหยินไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ และไม่มีความคิดอยากตายอีกเลยเจ้าค่ะ”
หมิงเวยได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกหนักอึ้งใช้เวลานานก่อนจะถามอย่างร้อนรนว่า
“คืนนั้นมีพระจันทร์ครึ่งดวงหรือไม่”
แม่นมถงส่ายหัว “วันนั้นเป็นวันที่สิบห้า พระจันทร์เต็มดวง บ่าวจำได้แม่น พระจันทร์ส่องสว่างมากเจ้าค่ะ”
………
พอกลับมาที่ห้องหลิวจิ่ง หมิงเวยไม่พูดอันใดอยู่นาน หยางชูอยากจะพูดอันใดอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็กลืนกลับลงคอไป
แม้แต่อาหว่านที่เป็นคนตรงไปตรงมา แต่นางก็ไม่พูดอันใดนอกจากรินชาให้พวกเขา หยางชูครุ่นคิดแล้วในที่สุดเขาก็พูดออกมา
“ไม่ใช่บุรุษทุกคนที่เป็นเช่นนั้น อย่างน้อ