ารรับรู้ของข้าก็เข้าสู่โลกของเขาในเวลาเดียวกันด้วย”
หยางชูชะงัก เขาถามด้วยความดีใจ “ท่านจะบอกว่าท่านรับรู้ความคิดของเกิงซานได้งั้นหรือ”
หมิงเวยพยักหน้าแล้วยิ้ม “ยอดเยี่ยมใช่หรือไม่”
“ยอดเยี่ยมๆ ท่านยอดเยี่ยมที่สุด! รีบบอกข้าเร็วที่เกิงซานพูดเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไรตกลงนายท่านสามมีหลักฐานหรือไม่”
นางรู้ว่าเขาใจร้อนซึ่งหมิงเวยก็ไม่ทำให้เขาลำบากใจ นางนึกย้อนกลับไปแล้วพูดว่า “คำถามแรกที่ท่านถาม เกิงซานตอบว่าดวงจันทร์อันที่จริงคำตอบที่ถูกต้องควรเป็นพระจันทร์เสี้ยว”
“หมายความว่าอย่างไรกัน” หยางชูสับสน “แต่ข้าถามไปว่าผู้ใดเป็นคนฆ่าเขา”
“ใช่” หมิงเวยตอบ “เขานึกถึงยามที่เขาตาย ภาพที่ปรากฏคือฉากที่คล้ายกับดวงจันทร์ อ้อ..เป็นพระจันทร์เสี้ยว”
“พระจันทร์เสี้ยวงั้นหรือ” เป็นคำตอบที่ดูกำกวมคลุมเครือ หยางชูคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วข้ามมันไป
“คำถามที่สอง เขาตอบมาอย่างชัดเจนว่านายท่านสามยังไม่ตายใช่หรือไม่”
หมิงเวยพยักหน้า “ใช่ การคาดเดาของพวกเราถูกต้อง เกิงซานมาที่ตงหนิงเพื่อติดตามนายท่านสาม”
นี่เป็นจุดสำคัญตราบใดที่เรื่องนี้ถูกต้องการสืบหาของพวกเขาก็มีทิศทางมากขึ้น
“ตอนที่เกิงซานตอบคำถามนี้ มีทิวทัศน์สีเขียวแวบเข้ามาในหัวของเขา” หมิงเวยค่อยๆ นึก “เบื้องหลังทิวทัศน์สีเขียวนั้นมีภูเขา ข้าเลยคิดว่าที่เขาพูดมาน่าจะเป็นสถานที่”
“สถานที่งั้นหรือ” เขาพึมพำ “ตงหนิงมีสถานที่ที่ชื่อชุ่ยอยู่ด้วยหรือ”
หมิงเวยกำ