งเปล่ากลายเป็นควันไฟอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งเข้าสู่ร่างกายของนาง
ผ่านไปสิบลมหายใจหมิงเวยลืมตาขึ้นอีกครั้ง บุคลิกของนางในตอนนี้ต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
แววตาของนางมีความงงงวยอย่างที่วิญญาณเร่ร่อนทุกตนต้องมี
หยางชูชะงักเขาถามอย่างไม่แน่ใจ “ท่าน…เกิงซานหรือ”
หมิงเวยเงยหน้าขึ้นมองเขา ในความงุนงงนั้นเหมือนจะมีจิตสังหารแผ่ออกมา
“ท่าน…” นางเปิดปาก
หยางชูคิดพักหนึ่งก็หยิบป้ายคำสั่งที่สลักจากหยกออกมา และยื่นออกมาตรงหน้าเขา “เกิงซาน ยังไม่รับฟังคำสั่งอีก!”
เมื่อเห็นป้ายคำสั่ง ‘หมิงเวย’ ก็แสดงท่าทางเคารพเขาขึ้นมาในทันที “เกิงซานน้อมรับคำสั่งใต้เท้าขอรับ”
พอได้ยินคำพูดนี้หยางชูก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เป็นเกิงซานจริงๆ ในที่สุดก็เรียกวิญญาณของเขาออกมาได้แล้ว!
“เกิงซาน ผู้ใดเป็นคนฆ่าท่าน”
“….”
“เกิงซาน ผู้ใดเป็นคนฆ่าท่าน”
พอทวนคำถามซ้ำในที่สุดเกิงซานก็เปิดปากออกมา “ดวงจันทร์…”
“ท่านว่าอันใดนะ”
“ดวงจันทร์…”
เขาตอบคำถามไม่ชัดเจนหยางชูนึกถึงที่หมิงเวยพูดก่อนหน้านี้ว่าเขาอาจสูญเสียจิตการรับรู้ เขาไม่กล้าปล่อยเวลาให้ล่าช้าไปนาน จึงถามคำถามที่สอง
“ท่านมาที่ตงหนิงเพื่อติดตามใครกัน”
“หมิง…หมิง…”
“ใช่หมิงเชินหรือไม่” หลังจากเงียบไปสักพักหยางชูก็รู้สึกประหม่าจนเหงื่อออก และในที่สุดก็ได้ยินคำว่า “ใช่…”
หมิงเชิน คือชื่อของนายท่านสาม หลังจากได้รับคำตอบนี้หัวใจของหยางชูถึงกับหล่นลงไป
เอาล่ะ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่