พู่กันชาด “ยื่นมือมาเจ้าค่ะ”
พู่กันชาดไม่ได้เปื้อนด้วยหมึกชาดธรรมดา แต่เป็นเลือด หยางชูได้กลิ่นนั้นก็พูดในใจยังดีที่ไม่ใช่เลือดคน
หว่างคิ้วและกลางฝ่ามือถูกแต้มด้วยเลือดเพื่อผนึกหยางชี่เอาไว้ อาหว่านดึงยันต์ออกมาอีกครั้งแล้วท่องคาถา จากนั้นก็ติดให้ทุกคนคนละหนึ่งใบ
ทุกคนรู้สึกถึงจิงชี่สายหนึ่งไหลเข้าร่างกาย และแล้วโลกที่พวกเขาเห็นก็เปลี่ยนไปทันที ทุกอย่างพร่าเลือนไปหมด ราวกับว่ามีเส้นที่บิดงอดูไม่ออกว่าเป็นเรื่องจริงหรือจินตนาการกันแน่
หยางชูจดจ่ออยู่กับหยกแขวน เขาเห็นพลังที่หมุนวนไปวนมา ทุกครั้งที่หมุน พลังจะนำเส้นสีดำสายหนึ่ง และค่อยๆ ก่อตัวราวกับเมฆดำ มันดูค่อยๆ ลึกขึ้นเรื่อย ๆ
“หวีด…” เสียงขลุ่ยต่ำดังขึ้นกระทบแก้วหูทีละนิด และแล้วในที่สุดพลังสีดำนั่นก็เหมือนกลั้นไว้ไม่อยู่และตกลงมา
หมิงเวยหยิบยันต์ขึ้นมา และโยนออกไปอย่างรวดเร็ว
“ตูม…” เสียงดังขึ้นพร้อมยันต์ที่ถูกเผาทั้งๆ ที่ไม่มีไฟ เมื่อยันต์ถูกเผาจนหมด กลุ่มพลังราวกับเมฆดำก็หายไป และมีเงาว่างเปล่าปรากฏอยู่เหนือหยกแขวน
“เกิงซาน!” หยางชูร้องตะโกนเสียงเบา
แม้ว่ารูปลักษณ์ของคนผู้นี้จะยังคงคลุมเครืออยู่มาก แต่ก็สามารถระบุได้ว่าเป็นบุรุษรูปร่างสูงใหญ่
หมิงเวยพูด “ตอนนี้ข้าจะให้เขาเข้าสิง ท่านรีบใช้เวลานี้ถามคำถามสำคัญเร็วเข้า”
“ตกลง” หมิงเวยยื่นนิ้วออกมากดหยกแขวนเกิดประกายขึ้นในดวงตาของนางแล้วตะโกนเสียงเบาขึ้นมาว่า “เข้ามา!”
เงาที่ว่า