กายฉีตงจวิ้นอ๋องก็โค้งคำนับ และนั่งลงเช่นเดียวกับเขา
“ยินดีด้วยขอรับท่านอ๋อง” เมื่อท่านเจ้าเมืองอู๋นั่งลงประโยคแรกที่เขาพูดออกมาก็คือ “ในที่สุดก็นำเรื่องพวกนั้นออกมา แต่ดูเหมือนพวกเขาจะไม่มีอุบายอันใดอีกแล้ว”
ฉีตงจวิ้นอ๋องพยักหน้า “หลายวันมานี้ ลำบากพวกท่านแล้ว”
“ไม่ลำบากเลยขอรับ” ท่านเจ้าเมืองอู๋โบกมือ “ท่านอ๋องไม่ได้ทำอันใดอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะตรวจพบอันใด นี่เป็นคุณงามความดีของท่านอู่ เพียงแค่ยุยงเล็กน้อยทำให้คนผู้นั้นเก็บอาการไว้ไม่อยู่เท่านั้นเอง”
ท่านอู่ผู้นั้นยิ้มแล้วส่ายหัว “ไม่ใช่ นั่นไม่ใช่ความคิดของข้าน้อย ข้าน้อยไม่กล้าถือว่าตนเองมีความดีความชอบหรอกขอรับ”
ท่านเจ้าเมืองอู๋รู้สึกประหลาดใจ “ไม่ใช่ความคิดของท่านอู่หรือ” พูดแล้วเขาก็โบกมืออีกครั้ง “ท่านอ๋องมีผู้สูงศักดิ์อย่างท่านอู่ไว้ข้างกายเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง”
ฉีตงจวิ้นอ๋องพยักหน้าแล้วยิ้ม “คนรุ่นเยาว์ก็คือคนรุ่นเยาว์ แม้ท่าทีทำเป็นรักหยกถนอมบุปฝาของเขานั้นจะเสแสร้ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นจริงบางส่วน”
ท่านเจ้าเมืองอู๋ตอบ “หญิงงามนั้นหายาก คุณหนูเจ็ดทั้งงดงามทั้งเฉลียวฉลาด เขาจะไม่เสียดายได้อย่างไร ผู้ใดกันที่บอกว่าถ้าใช้แผนส่งสาวงามไปจะทำให้เขารู้สึกสงสาร เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไปเช่นนี้ ช่างได้ประโยชน์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว”
ทั้งสามคนมองหน้ากันแล้วหัวเราะ หลังจากอดกลั้นมาหลายวันในที่สุดวันนี้พวกเขาก็มีความส