ไม่ต้องพูดถึงชาตินี้ชาติที่แล้วหมิงเวยก็ไม่คิดที่จะออกเรือน
ในฐานะปรมาจารย์แห่งชีวิตจะต้องรับผิดชอบใต้หล้า แต่เพราะใต้หล้านั้นกว้างใหญ่ สิ่งที่ปรมาจารย์แห่งชีวิตต้องแบกรับไว้จึงหนักเกินไปการออกเรือนจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก
แน่นอนว่าเหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือนางยังไม่พบผู้ที่ทำให้นางตกหลุมรัก
หากได้พบเข้าแล้วล่ะก็เหตุผลข้างต้นก็จะกลายเป็นเรื่องไร้สาระไป…
ผู้ที่รักจริงไม่ว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลายหากรักกันจริงค่อยว่ากันใหม่ สิ่งที่เรียกว่าชีวิต ไม่เคยทำให้ผู้คนเชื่อถือ แต่กลับทำให้ผู้คนพยายามที่จะช่วงชิงมันมา
สำหรับในชาตินี้เรื่องที่นางต้องทำมันยิ่งใหญ่เกินไปจะเอาอารมณ์ใดมาคิดออกเรือนกันเสียสมาธิเปล่าๆ!
แต่พอฮูหยินสองได้ยินคำพูดนี้นางกลับตีความเป็นอีกความหมายหนึ่ง
“หลาน หรือว่าหลานกับคุณชาย…”
ฮูหยินสองเสียงสั่น แม้ว่านางจะคิดไว้แล้วว่าจะเกิดผลเช่นนี้ แต่นางก็ยังคงมีความหวังอันริบหรี่ พอได้ยินหมิงเวยกล่าวเช่นนี้นางรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปเมื่อเจ็ดแปดปีก่อน
ในตอนนั้นบุตรสาวคนโตกลับมาจากสวนซิ่น นางร้องไห้และบอกเรื่องหนึ่งกับตน
ราวกับฟ้าถล่มลงมา
หมิงเวยรู้ว่าฮูหยินสองกำลังเข้าใจผิด แต่นางยังไม่พร้อมที่จะอธิบายจึงถอนหายใจแล้วตอบกลับไปว่า “ท่านป้าสองไม่ต้องลำบากใจแทนหลานหรอกเจ้าค่ะ เรื่องของท่านแม่ หลานจะไปที่จวนท่านลุงที่เมืองหลวง เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พวกเขาฟังและขอถอนหมั้นเอง ส่วนอนาค