ตหลังจากนี้หลานยังไม่อยากคิดไกลเพียงนั้น”
นางฝืนยิ้ม “ท่านป้าสองไม่ได้อยู่เมืองหลวงมาหลายปีแล้ว การติดต่อกับเส้นสายเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้ยากเกินไป ความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จนั้นมีน้อย หลานไม่อยากอับอายเจ้าค่ะ”
“เสี่ยวชี!” จู่ๆ ฮูหยินสองก็เข้ามากอดนางและร้องไห้ หมิงเวยสะดุ้ง
นางแสดงจริงจังเกินไปงั้นหรือ…
“ท่านป้าสอง…”
“ขอโทษ ป้าขอโทษ! ป้าขอโทษท่านแม่ของหลาน ขอโทษหลานด้วย” ฮูหยินสองพูดพลางร่ำไห้ “หลานวางใจเถอะ รอหลานไปที่เมืองหลวง ป้าจะไปกับหลานด้วย ไปขอให้ท่านลุงของหลานยกโทษให้ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของหลาน หวังว่าท่านลุงจะเห็นใจหลาน ไม่ถอนหมั้นหลาน…”
หมิงเวยตบหลังนางเบาๆ แล้วมองขึ้นไปที่ขื่อ
มันมีประโยชน์เช่นนี้เองดูเหมือนว่านางจะประเมินความรู้สึกผิดในใจของฮูหยินสองต่ำไป ซึ่งเตือนสตินางได้ว่า
“ท่านป้าสองไม่ต้องกังวลไป ไม่ใช่ความผิดของท่านแม้แต่น้อย แต่เป็นของหลานเอง…”
ใช้เวลานานกว่าอารมณ์ของฮูหยินสองจะคงที่
“อย่างไรป้าก็จะช่วยไปคุยกับท่านลุงของเจ้าให้เอง” ฮูหยินสองกล่าวอย่างหนักแน่น “ส่วนท่านป้าสองของหลานฝั่งนั้นป้าก็จะไปพูดให้เองเช่นกัน!”
หมิงเวยทำตามความตั้งใจของนางทำตัวคล้อยตามนาง ไม่ได้พูดขัดอันใดออกไปอีก
ส่วนในอนาคตจะทำเยี่ยงไรนั้น อย่างไรซะฮูหยินสองก็ไม่มีอำนาจตัดสินใจได้ แล้วฮูหยินสองก็จากไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นราวกับว่ากำลั