งวิ่งไปที่สนามรบ
อาหว่านทานบ๊วยแช่อิ่ม นางพูดว่า “ท่านนี่ไม่จริงใจเลยเสียจริง! นางกลัวว่าจะทะเลาะกับนายท่านสองเพื่อท่าน ชายเป็นใหญ่ในบ้าน ฝ่ายหญิงทะเลาะ ผู้ที่ลำบากก็มีแต่ฝ่ายหญิงเท่านั้น”
หมิงเวยหัวเราะ “ข้าไม่ได้เกลียดนางที่ไม่ช่วยชีวิตท่านแม่ แต่นางไม่มีความสามารถพอที่จะช่วยได้ ในเมื่อนางทำเรื่องทุ่มหินซ้ำคนตกบ่อไปแล้วการที่จะได้รับความยุติธรรมกลับคืนมาบ้างก็เป็นเรื่องที่สมควรมิใช่หรือ”
อาหว่านคิด “ก็มีเหตุผลเจ้าค่ะ”
“พูดอีกอย่างก็คือให้นางทะเลาะกับนายท่านสองเพื่อที่นางจะได้รับรู้ว่าสามีของตนนั้นเป็นคนอย่างไรซึ่งสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสิ่งที่เรากำลังจะทำต่อไป”
อาหว่านครุ่นคิด “ท่านคิดจะใช้ประโยชน์จากนาง”
“สิ่งใดเรียกว่าใช้ประโยชน์กัน”
หมิงเวยอธิบายด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “นางมีไฟอยู่ในใจแล้วมันก็ลุกโชนขึ้นเมื่อตอนที่เกิดเรื่องขึ้นกับบุตรสาวของนาง แต่นางไม่สามารถต่อต้านอันใดได้เพราะนั่นคือสามีของนาง และเป็นหัวหน้าครอบครัว หากเกิดเรื่องกับนายท่านสอง ลูกของนางก็จะติดสอยห้อยท้ายตามไปด้วย นี่เป็นการเชื่อฟังด้วยความจำใจเท่านั้น นางไม่ได้อยากเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยจริงๆ”
“แต่ข้าให้เหตุผลกับนางไปอย่างหนึ่ง และยังแก้ความกังวลของนางเพื่อให้นางได้ปลดปล่อยไฟในใจให้ได้มากที่สุด การแก้แค้นให้บุตรสาว การกันลูกๆ ออกจากโคลนตมนี้ เจ้าคิดว่านี่เป็นการใช้ประโยชน์จากนางงั้นหรือ”
“….” อาหว่านจ้องมองนางอย