ี้แล้วไปอย่างช้าๆ ก็ไม่มีประโยชน์อันใด” หยางชูตอบ “ถึงเวลาเปลี่ยนกลยุทธ์ของเราแล้วพวกเราจะบังคับให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดแทน รอดูว่าเขาจะเป็นลมไปก่อนหรือไม่”
อาสวนถามอย่างระมัดระวัง “เราควรแจ้งใต้เท้าเจี่ยงก่อนหรือไม่ขอรับ”
“คดีพวกนี้ยังส่งไม่ถึงมือเขางั้นหรือ เจ้าไปบอกเหลยหงหน่อยก็แล้วกัน”
“ขอรับ”
“อาหว่าน เจ้าควรรีบกลับไปได้แล้ว อยู่ในจวนตระกูลหมิงระวังตัวด้วยล่ะ”
“เจ้าค่ะ”
…………
ตอนที่อาหว่านขึ้นรถม้าหมิงเวยก็กำลังเล่นกับปิ่นปักผมสีทองของตนอยู่
“ที่นี่เป็นฐานลับของหวงเฉิงซือหรือ”
“ท่านรู้ได้อย่างไรกัน” อาหว่านถามกลับ
หมิงเวยตอบ “แม้แต่เอกสารเองก็ยังถูกเก็บไว้ที่นี่ดูแล้วเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยมาก”
อาหว่านไม่ปฏิเสธอันใด “หากถูกจับว่าลักลอบพบกันในที่ที่ปลอดภัยเช่นนี้ ผู้คนคงไม่เห็นหวงเฉิงซืออยู่ในสายตาแล้ว!”
อาหว่านมองนาง “ท่านไม่ต้องทำให้ไฟลุกลามมากกว่าเดิมหรอก คุณชายตัดสินใจสวนกลับแล้วล่ะเจ้าค่ะ”
หมิงเวยหัวเราะแล้วนำปิ่นปักผมสอดเข้าไปที่เดิม “อันที่จริงเปลี่ยนวิธีการก็ดี ดำเนินการช้าไปก็ไม่ได้ผลอันใดหรอกต้องใช้วิธีกระตุ้นเขา หากเขาทำผิดพลาดในตอนเร่งรีบก็นับว่าเป็นช่วงที่ดีในการลงมือไม่ใช่หรือ เจ้าว่าจริงหรือไม่”
อาหว่านแค่นหัวเราะ หมิงเวยขี้เกียจมาโมโหเรื่องไม่เป็นเรื่องกับนางจึงหลับตาลงเพื่อพักผ่อน เพียงไม่นานรถม้าก็เดินทางมาถึงตระกูลหมิง
หมิงเวยเข้าไปในสวนอวี๋ฟางก็พบว่า