หมิงเวยสอดปิ่นเข้ากับผมตนเอง นางยังอยู่ในชุดไว้ทุกข์ มีปิ่นทองประดับผมเช่นนี้จึงดูไม่ค่อยเข้ากันสักเท่าใดนัก
แต่หยางชูมองด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “หญิงงามก็คือหญิงงาม ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใดก็งามไปเสียหมด”
หมิงเวยไม่สนใจเพียงถามกลับไปว่า “แม่นางอาหว่านล่ะ ต้องกลับไปกับข้าด้วยหรือไม่”
“แน่นอนว่าต้องกลับไปด้วย” หยางชูพูด “แม้แต่คนอย่างเกิงซานยังถูกฆ่าตาย หากให้ท่านอยู่ในจวนตระกูลหมิงผู้เดียวผู้ใดจะรู้ว่าจะตายเมื่อใดกัน คนอย่างข้าไม่มีทางยอมให้หญิงงามตายอยู่แล้ว”
“วรยุทธ์ของแม่นางอาหว่านแข็งแกร่งกว่าเกิงซานหรือ” ไม่รอให้เขาตอบ นางพูดต่อไปว่า “ท่านไม่กังวลว่าข้ากับนางจะตายไปด้วยกันหรือ”
หยางชูถอนหายใจและยอมรับด้วยรอยยิ้ม “เอาล่ะ ข้าส่งคนคอยดูท่านอยู่ตลอดเวลา หากมีผู้ที่คิดแตะต้องพวกท่าน พวกเขาจะบุกเข้าไปในจวนตระกูลหมิงทันที”
หมิงเวยมองเขาอยู่สักพักแล้วหัวเราะ “คุณชายหยางช่างใจดีกับแม่นางอาหว่านเสียจริง”
หยางชูหัวเราะแล้วขยิบตาให้นาง “ท่านตกไหน้ำส้ม[1]หรือ”
หมิงเวยจัดแขนเสื้ออย่างช้าๆ “ผู้ที่ตกไหน้ำส้มไม่ใช่แม่นางอาหว่านหรอกหรือเจ้าคะ”
หยางชูกล่าวด้วยความจริงใจ “แม่นางหมิง เรายังต้องพึ่งพากันท่านอย่าโกรธนางไปเลย รอให้นางโตกว่านี้อีกหน่อยนางจะเข้าใจเอง”
หมิงเวยยิ้มแต่ไม่พูดอันใด
นางยิ้มอย่างมีความหมายจนหยางชูต้องกลับมาคิดอีกรอบ คำพูดที่เขาพูดไปเมื่อครู่มีช่องโหว่อันใดหรือเปล่า
“แม่นางยิ้มอันใดห