! เมื่อสิบปีก่อนฝ่าบาททรงขึ้นครองบัลลังก์แล้ว อีกทั้งพระวรกายก็แข็งแรงดี ภายในมีขุนนางดีภายนอกมีแม่ทัพที่เก่งกาจ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดการก่อกบฏ”
หยางชูยกถ้วยชาขึ้นและหัวเราะเบาๆ “หากพูดถึงอำนาจของฝ่าบาท ข้าขอถามท่านหน่อย คดีกบฏของรัชทายาทหลี่ในราชวงศ์ก่อนท่านรู้จักหรือไม่”
หมิงเวยพยักหน้า
“รัชทายาทหลี่เป็นโอรสองค์โตของฮ่องเต้เซวียนจงในราชวงศ์ก่อน พระองค์ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทมาหลายปีโดยไม่มีข้อผิดพลาดประการใด แต่เพราะฮองเฮาโปรดปรานเสียนอ๋องมากกว่าจึงกล่าวตำหนิพระองค์ เพียงแค่ข่าวลือเพียงประโยคเดียวทำให้เขากลายเป็นกบฏ”
หยางชูถาม “ท่านคิดว่าการกบฏของเขามีเหตุผลหรือไม่เล่า” ไม่รอให้นางตอบ เขาก็พูดต่อไปว่า “ฮ่องเต้เซวียนจงมีอำนาจในการควบคุมราชสำนัก ในตอนนั้นการกบฏควรจะพ่ายแพ้ แต่ตรงกันข้ามเขายังอดทนต่อไปไม่สั่งให้คนค้นหาข้อผิดพลาดใด และแม้ต้องการจะปลดเขา แต่เหล่าอำมาตย์กลับไม่เห็นด้วย”
“เหตุใดเขาต้องทำเรื่องเช่นนั้นด้วย หรือมีแค่เหตุผลเดียวก็คือ กลัว”
เขาก้มหน้ามองถ้วยชา ซึ่งสะท้อนให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาราวกับไม่ใช่มนุษย์ “เมื่อขึ้นเป็นฮ๋องเต้ วงศาคณาญาติทั้งหก[1]ตัดขาด จิ้นอ๋องบิดาของเขาเสียชีวิตไปไม่นาน หลิ่วหยางจวิ้นอ๋องจะไม่กลัวได้อย่างไร ฝ่าบาททรงมีความเมตตาเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น และผู้ที่มีความเมตตาได้มานั่งอยู่ในตำแหน่งนั้นก็สามารถฆ่าคนที่ไม่สามารถฆ่าได