“แม่นางหมิง เชิญนั่ง” หยางชูพูดเช่นนั้น แต่สายตากลับมองไปที่ตลาด
หมิงเวยมองตามแล้วก็เห็นเงาของหญิงสาวที่มีกิริยาอ่อนหวานสวมหมวกคลุมใบหน้ากำลังเลือกผ้าเช็ดหน้าอยู่หน้าแผงลอยฝั่งตรงข้ามกับตลาด
“นางรูปร่างดูคล้ายแม่นางหมิงไม่น้อย” หยางชูพูด “แต่คงไม่งดงามเท่ากับท่านเป็นแน่”
หมิงเวยตอบ “คุณชายหยางช่างมีวิธีการชมเชยผู้คนได้พิเศษเหลือเกินเจ้าค่ะ”
“นั่นเป็นเพราะว่าแม่นางหมิงงดงามเป็นพิเศษอย่างไรเล่า”
หมิงเวยรู้สึกขยะแขยงเล็กน้อยจึงกล่าวว่า “คุณชายหยางไม่ได้กลิ่นอะไรเป็นพิเศษเลยหรือเจ้าคะ อย่างเช่นกลิ่นเท้า…”
แล้วคำว่า ‘ชายร่างใหญ่แคะเท้า’ ก็ปรากฏขึ้นในความคิดของหยางชูทันที กลับกลายเป็นเขาเองที่ขยะแขยง
มีชุดน้ำชาอยู่บนโต๊ะหมิงเวยจึงชงชาให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นใบชาหรือน้ำ ล้วนเป็นของที่หาได้ยากยิ่ง ถือว่าวันนี้นางได้ประโยชน์จากเขาไม่น้อยเลย
จิบไปหนึ่งคำหมิงเวยก็วางถ้วยชาลง “คุณชายหยาง ท่านไม่ได้มีเรื่องด่วนที่อยากพูดคุยกับข้าหรอกหรือ อีกสักพักแม่นางอาหว่านคงกลับมา นางดูไม่ค่อยพอใจที่เราสองคนอยู่ด้วยกันนะเจ้าคะ”
“แม่นางหมิงช่างรีบร้อนเสียจริง” หยางชูหัวเราะคิกคัก “เอาล่ะ ในเมื่อสาวงามกล่าวเช่นนี้ข้ายังจะมัวลังเลอันใดอีก อย่างไรข้าก็รักหยกถนอมบุปผา[1]มาโดยตลอดอยู่แล้ว”
เขาสะบัดมือแล้วหน้าต่างก็ปิดลง ภาพสุดท้ายที่คนจากด้านนอกหน้าต่างเห็นคือเขาเอื้อมมือไปกุมมืออันบอบบางที่ประคองถ้วยชาอยู่
เฮ้ หรื