อว่าสาวงามที่มาจะเป็น…สาวงามที่เพิ่งสูญเสียมารดาไป!
ช่างไร้ยางอายเสียจริง!
ทันทีที่หน้าต่างปิดลง หมิงเวยก็ยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปากในขณะที่เขายังกุมมือนางอยู่ ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่นางทำเช่นนี้ แทนที่จะหลีกเลี่ยงเขาอย่างตั้งใจ หยางชูสัมผัสกับความว่างเปล่านั้นแล้วต้องเปลี่ยนเป้าหมายอย่างช่วยไม่ได้ เขาจึงทำทีเป็นหยิบถ้วยน้ำชาอีกถ้วยแทน
“ท่านจะแคะเท้าหรือไม่ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ท่านไม่ใช่บุรุษร่างใหญ่อย่างแน่นอน”
“ทำไมท่านถึงคิดเช่นนั้นเจ้าคะ”
“ท่านขี้เหนียวเกินไป” เขาตอบ “ท่านรู้หรือไม่ว่าบุรุษหากกลายเป็นหญิง สิ่งแรกที่เขาจะทำคืออันใด”
หมิงเวยครุ่นคิดอย่างจริงจัง “สัมผัสหน้าอก”
“พรืด” หยางชูหัวเราะออกมา “ท่านเข้าใจเป็นอย่างดีทีเดียว”
หมิงเวยเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ นางดื่มชาต่อ
“ท่านช่วยขยายความอีกหน่อยได้หรือไม่ ข้ามีความคิดว่าหากลองเป็นสตรีแล้วจะรู้สึกอย่างไร” เห็นได้ชัดว่ามีความหมายพิเศษแอบแฝง
หมิงเวยครุ่นคิด สายตาของหยางชูฉายแววเสน่หาเขาโน้มตัวไปหานางแล้วพูดเสียงเบา “พวกเรามาลองกันดีหรือไม่”
เสียงของเขาทุ้มต่ำอยู่ระหว่างเด็กหนุ่มกับบุรุษเต็มวัย หางเสียงนั่นฟังแล้วรู้สึกมีความเจ้าชู้เป็นพิเศษ พูดด้วยเสียงต่ำเช่นนี้ อีกทั้งยังอยู่ใกล้กันมากทำเอาคนฟังรู้สึกขนลุก
หมิงเวยยกมือลูบหูตนเองแล้วพูดว่า “หากเป็นข้าล่ะก็ ข้าจะลองทำอย่างอื่น”
“โอ้” หยางชูเลิกคิ้วเล็กน้อย และมองนางด้วยรอยยิ้ม
“หา