ือห้ามนางไว้ “เอาล่ะ ท่านไม่ต้องพูดแล้ว ข้าไม่อยากทำให้ตนเองอับอาย”
หมิงเวยหัวเราะ “คุณชายหยาง ท่านดูเจริญตากว่าเมื่อครู่นี้อีกนะเจ้าคะ”
เมื่อเห็นรอยยิ้มของนางหยางชูแทบอยากจะเป็นบ้า เขากล่าวว่า “ที่แท้แม่นางหมิงชอบแบบเป็นทางการนี่เอง ได้! ถ้างั้นคราวหน้าข้าจะเป็นทางการกับท่านมากขึ้น”
“……”
“ก้อกๆ!” เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามด้วยเสียงของอาหว่าน “คุณชาย มาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
ประตูเปิดออก และคนที่เข้ามาคือเจี่ยงเหวินเฟิง
หมิงเวยยืนขึ้นย่อกายคารวะเขา “ใต้เท้าเจี่ยง”
เจี่ยงเหวินเฟิงดูเหนื่อยล้า สงสัยว่าเขาคงเพิ่งปลีกตัวจากคดีมา
“คุณหนูเจ็ด” เจี่ยงเหวินเฟิงแสดงคารวะตอบ
อาหว่านลุกขึ้นเปลี่ยนท่าทีเป็นสุภาพนอบน้อม “ใต้เท้าเจี่ยง เชิญนั่งเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะไปเปลี่ยนอาหารบนโต๊ะให้”
เจี่ยงเหวินเฟิงโบกมือ “ไม่เป็นไร ข้าทานมาเรียบร้อยแล้ว”
อาหว่านตอบ “ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยจะไปเปลี่ยนกาน้ำชาให้นะเจ้าคะ”
อาหารบนโต๊ะถูกแทนที่ด้วยน้ำชาและของว่าง ทั้งสามคนนั่งร่วมโต๊ะกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสามคนนั่งประจันหน้ากัน
“ข้าอาศัยช่วงเวลาพักกลางวันออกมา เวลามีไม่มากนัก ข้าขอเล่าสรุปสั้นๆ เลยก็แล้วกัน” เจี่ยงเหวินเฟิงบอก “สาเหตุการตายของเกิงซานนั้นแปลกมาก คอของเขาถูกบิดอย่างคมชัดและรวดเร็ว ข้าหาขออ้างอยู่ในจวนตระกูลหมิงเป็นเวลาสองวัน แต่กลับไม่พบเบาะแสในบริเวณที่เขาถูกฝังเลยแม้แต่น้อย เบาะแสต่างๆ ถูกปกปิดจนมิดเป็นเวลาส