ยเสียงของอาหว่าน “คุณชายเจ้าคะ”
“อ้อ เข้ามา” เขากระแอมไอหนึ่งครั้งปกปิดความเขินอายของตนเอง
อาหว่านสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว พ่อครัวของที่นี่รีบขยับตัวทำอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นานอาหารทุกอย่างก็เตรียมพร้อม และบนโต๊ะก็เต็มไปด้วยอาหารเย็นและอาหารร้อน
“คุณชายเจ้าคะ นี่เป็นสุราดอกท้อที่ดีที่สุดในตงหนิง คุณชายลองชิมดูนะเจ้าคะ” อาหว่านรินสุราอย่างเอาใจใส่
หยางชูหัวเราะ “วันนี้ข้าให้รางวัลเจ้า ไม่ต้องปรนนิบัติข้าหรอก นั่งทานเถอะ”
“งั้นบ่าวไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะ!” อาหว่านยิ้มแล้วนั่งลง
หยางชูยื่นมือออกไปลูบหัวนางและมองด้วยสายตาอ่อนโยน ตอนที่เจ้านายและสาวใช้พูดคุยกัน หมิงเวยก็ขยับตะเกียบ
นางทานปลานึ่งหนึ่งชิ้น ผัดวุ้นเส้นอีกไม่กี่คำ สุดท้ายก็ดื่มน้ำแกงเนื้อแกะชามเล็ก หยางชูยังไม่ทานสักคำ เขาเพียงแต่ดื่มเหล้าอย่างช้าๆ
เมื่อเห็นนางวางตะเกียบลงเขาก็พูดว่า “อาหารไม่ถูกปากหรือ”
หมิงเวยดื่มชาล้างปาก “คุณชายหยางต้องการพบข้าในวันนี้คงไม่ใช่แค่เชิญมาทานอาหารใช่หรือไม่เจ้าคะ”
หยางชูหัวเราะ “แม่นางหมิงช่างรีบเสียจริง พวกเรามีเวลาว่างทั้งบ่าย ค่อยๆ พูดคุยกันก็ได้” หมิงเวยส่ายหน้าแต่ไม่พูดอันใด
หยางชูทำได้เพียงพูดกับนางไปว่า “ยังมีคนมาไม่ถึง ท่านโปรดรอสักครู่”
ดวงตาของหมิงเวยเป็นประกาย “ใต้เท้าเจี่ยงงั้นหรือเจ้าคะ”
หยางชูถอนหายใจ “ท่านดูมีความสุขที่ได้พบเขามากกว่าข้าอีกนะ”
นางกำลังจะเปิดปาก แต่เขากลับยกม