จ
ฮูหยินผู้เฒ่าตอบว่า “ในเมื่อนางไม่ยอมไปก็ทำได้เพียงเก็บรักษาไว้ดีๆ ระมัดระวังหน่อยเพราะอากาศเริ่มร้อนแล้วอย่าทำให้ศพเน่า แล้วให้ลูกสองเขียนจดหมายไปที่เมืองหลวงให้เชิญเสวียนชื่อมาที่นี่ หากเชิญเสวียนชื่อจากเสวียนตูกวานยาก ก็เชิญแค่คนธรรมดาที่มีความสามารถก็พอแล้ว”
ฮูหยินสองแปลกใจฮูหยินผู้เฒ่าพูดอย่างเป็นแบบแผนเช่นนี้ราวกับว่านางเข้าใจสถานการณ์ดี
“ผู้คนภายนอกพูดกันไม่น่าฟังใช่หรือไม่” ฮูหยินผู้เฒ่าถามอีกครั้ง
ฮูหยินสองเงียบไปครู่หนึ่ง “เจ้าค่ะ”
“อย่าไปสนใจผู้คนเหล่านั้นเลย เรื่องแย่ๆ ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยได้ยินกันมาก่อน ปีนั้นที่เมืองหลวงท่านปู่ของพวกเจ้า…” ฮูหยินผู้เฒ่าพูดถึงตรงนี้นางก็หยุด แล้วก็หัวเราะเยาะตนเอง “ก็ไม่ใช่เรื่องดีอันใด เอาล่ะ เจ้ากลับไปเถอะ”
ฮูหยินสองลุกขึ้น “ท่านแม่พักผ่อนเยอะๆ นะเจ้าคะ”
ปีนั้นสิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่าต้องการพูดถึงก็คือเรื่องที่สามีของนางถูกฝ่าบาทองค์ก่อนทอดทิ้งใช่หรือไม่ นางก็นึกขึ้นได้ว่าตระกูลหมิงเองก็เคยมีช่วงเวลาที่สวยงามมาก่อนเช่นกัน…
………………………………………