ที่ท่านกล่าวมาหมายความว่าให้นำจุดอ่อนมาไว้ตรงหน้า ท่านถึงจะเรียกว่ากล้าหาญใช่หรือไม่”
ทั้งสองคนพูดคุยกันจนเดินไปถึงจุดที่เงียบสงบไร้ผู้คน
หยางชูบอกว่า “เจ้าไปหาอาหว่านบอกให้นางจัดการให้ข้าได้พบกับแม่นางหมิงที”
อาสวนตกใจ “คุณชาย…”
หยางชูถอดหน้ากากและพูดอย่างสบายๆ “เนื่องจากนางได้พิสูจน์แล้วว่านางมีประโยชน์มาก ถ้าอย่างนั้นข้าก็ควรแสดงความจริงใจออกมาสิ”
…………
ในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าอบอวลไปด้วยกลิ่นยาที่รุนแรง พอรู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นในพิธีศพ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงล้มป่วย
ฮูหยินสองเข้ามาถามไถ่ “ท่านแม่ วันนี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าลืมตาขึ้น น้ำเสียงของนางช่างอ่อนแรง “ไม่เป็นอันใด ในเรือนมีเรื่องวุ่นวาย เจ้าไม่จำเป็นต้องมาที่นี่ทุกวันก็ได้”
นางถามอีกว่า “เรื่องของสะใภ้สาม พวกเจ้าจะจัดการอย่างไร”
ฮูหยินสองรีบตอบไปว่า “สะใภ้กำลังจะขอความเห็นจากท่าน ตอนนี้ไม่สามารถฝังนางได้ ที่เพิงเองก็ไม่สามารถเก็บตลอดไปได้”
ในเรือนมีคนเฒ่าคนแก่เป็นโชคไม่ดีเลย
แต่โลงศพของฮูหยินสามยังวางตั้งอยู่ ไม่สามารถทำการฝังได้จะให้รื้อถอนในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่เหมาะสม!
ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจ “ยังไม่สามารถยกโลงศพได้อีกหรือ…”
“…เจ้าค่ะ”
ทั้งซินแสเนตรหยินหยาง ทั้งแม่หมอก็เชิญมาหมดแล้วแต่ไม่สามารถทำอันใดได้เลย ฮูหยินสองเชื่อแล้วว่าเป็นเพราะฮูหยินสามไม่ได้รับความเป็นธรรม นางจึงไม่ยอมถูกฝังดิน
“รื้อออกซะ” ฮูหยินสองตกใ