ยากจากไป!”
ไม่อยากจากไป…คำๆ นี้ทำให้พวกเขารู้สึกถึงลมเย็นๆ ที่ด้านหลัง
“หลานหมายความว่าอย่างไร” นายท่านสองถามเสียงเคร่งขรึม และมองไปที่โลงศพอย่างประหม่า
หมิงเวยถอนหายใจอีกครั้ง “ได้ยินคนเฒ่าคนแก่พูดกันว่า คนเราเมื่อตายไปแล้ว หากความปรารถนาของผู้ตายยังไม่บรรลุก็จะไม่ยอมถูกฝังดิน ท่านลุงสอง… ท่านแม่คงยังมีเรื่องที่ไม่สามารถปล่อยวางได้เป็นแน่เจ้าค่ะ”
ดวงตาของซินแสเนตรหยินหยางสว่างขึ้น เป็นเหตุผลที่ดี! นี่ไม่ใช่ความผิดของเขาอยู่เสียหน่อย!
“นายท่านสองขอรับเป็นอย่างที่คุณหนูพูดมาขอรับ หากคนตายไม่ยอมจากไป พวกเราก็ไม่สามารถบังคับนางได้ นี่เป็นคนในครอบครัวไม่ใช่วิญญาณร้าย ควรส่งนางไปอย่างสงบสุขนะขอรับ”
นายท่านสองมีสีหน้าไม่พอใจ “ตัวเจ้าไม่มีความสามารถเอง แต่กลับคุยโวโอ้อวดไปทั่ว คนตายไปแล้วสามวันยังไม่รู้อีกว่าตนเองตายแล้ว เกรงว่าหยินชี่ของศพจะดึงดูดพวกผีเร่ร่อนเข้ามาเสียมากกว่า!”
เพื่อชื่อเสียงของตนเองแล้วซินแสเนตรหยินหยางพยายามเถียงกลับไปด้วยเหตุผล “นายท่านสองก็เห็นแล้วมิใช่หรือ เห็นได้ชัดว่าครั้งแรกสามารถยกโลงขึ้นได้ แต่หลังจากนั้นกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย แน่นอนว่าเป็นเพราะฮูหยินสามไม่ยอมจากไป”
“เหตุใดฮูหยินสามถึงไม่ยอมจากไปเล่า” นายท่านสองถาม “อยู่ดีๆ เหตุใดฮูหยินสามถึงไม่ยอมจากไป งานจัดอย่างยิ่งใหญ่ เหล่าสงฆ์จากวัดเป่าหลิงสวดศพให้ แม้แต่ฉีตงจวิ้นอ๋องยังเดินทางมาร่วมไว้อาลัยด้วยตนเอง พิธีศ