ซินแสเนตรหยินหยางรู้สึกประหลาดใจ เขาเหลือบมองนายท่านสอง แล้วก็เห็นว่าใบหน้าของเขาเขียวคล้ำ
“ผู้ใดเป็นคนเตรียมเชือกมา” นายท่านสองพยายามระงับความโกรธของตน
“เรื่องใหญ่เช่นนี้ผู้ใดที่กล้าประมาทกัน!”
คนรับใช้ชายที่เตรียมเชือกมารีบร้องขอความเมตตา “เป็นความผิดของข้าน้อยเองขอรับ! โปรดยกโทษให้ข้าน้อยด้วย”
นายท่านสองจ้องมอง “เจ้ายังจะนิ่งอยู่อีก ไปเอาเชือกมาใหม่!”
“ขอรับ” เชือกเส้นใหม่ถูกนำเข้ามา คนรับใช้ชายหลายคนช่วยกันพลางสงสัยว่าโลงศพไม้ทั้งหนาและหนัก มีโครงที่ใช้สำหรับยกอยู่แล้ว เพียงแค่สอดไม้เข้าไปแล้วยึดเข้าด้วยกันเพียงเท่านี้ก็สามารถยกขึ้นได้แล้ว จากนั้นก็ผูกด้วยเชือกเพื่อให้มั่นคงยิ่งขึ้น
และถึงแม้เชือกจะขาด แต่ก็แค่เอียงนิดหน่อยเท่านั้น เหมือนว่ามันรับแรงไม่สม่ำเสมอกัน จากเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ดูเหมือนพวกเขาจะทุบโลงศพก่อนแล้วเชือกถึงได้ขาดออก…
แต่พวกเขาไม่กล้าพูดอันใดออกไป ได้แต่หวังว่าจะไม่มีอันใดเกิดขึ้นอีก ขอให้โลงศพถูกส่งขึ้นไปบนภูเขาอย่างราบรื่นก็พอ
ใช้เชือกมัดอีกครั้งแล้วทั้งแปดคนก็ช่วยกันออกแรง…
โลงศพไม่ขยับ ทั้งแปดคนสบตากันแล้วออกแรง
“ฮึบ!” ก็ยังไม่ขยับ
ออกแรงครั้งที่สาม…ก็ยังไม่สามารถยกขึ้นได้ ดูเหมือนว่าโลงศพจะหยั่งรากลึกจนไม่สามารถยกมันขึ้นมาได้เลย!
นายท่านสองโกรธมาก “เกิดอันใดขึ้นไม่ได้ทานข้าวกันมารึอย่างไร!” ไม่ว่าทั้งแปดคนจะยกอย่างไรโลงศพก็ไม่ขยับ
หนึ่งในนั้นตะโกนว่า